หมีขาวคือคำใช้เรียกดินแดนอากาศหนาวเย็นติดขั้วโลกเหนืออย่างประเทศรัสเซีย ขณะที่เมนูอาหารเลื่องชื่ออย่างปลาดิบกลายเป็นคำใช้เรียกดินแดนอาทิตย์อุทัยหรือประเทศญี่ปุ่น
นั่นดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่รับรู้กันอยู่แล้วโดยทั่วไป แต่สำหรับนักเที่ยวหรือเว็บไซต์ส่งการบ้านของนักเที่ยว หมีขาวและปลาดิบยังมีความหมายพิเศษไปกว่านั้น
ผู้หญิงรัสเซีย และ ผู้หญิงญี่ปุ่น
ใช่แล้ว ผู้หญิง !
หากใครหลายคนอาจขยายความเพิ่มเติมว่า พวกเธอคือผู้หญิงขายบริการ และขอโทษ, ใครหลายคนอาจสะดวกปากที่จะเรียกพวกเธอว่า โสเภณี
ในเว็บไซต์สำหรับนักเที่ยว โดยเฉพาะการกล่าวถึงแหล่งเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร คุณอาจพบลายแทงสำหรับออกล่าหมีขาวบริเวณย่านบันเทิงช่วงต้นๆถนนสุขุมวิท อาจจะเคยเห็นผู้รู้แนะนำลายแทงเพื่อที่จะเดินทางไปชิมปลาดิบรสเด็ดแถวถนนรัชดา
นั่นคือเรื่องราวของยุคสมัยปัจจุบัน ทว่าสิ่งที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้ คือลายแทงแห่งอดีตของสยาม
บทความนี้ประหนึ่งเครื่องไทม์แมชชีนของโดราเอมอน ซึ่งจะพาคุณย้อนอดีตไปยังกรุงเทพมหานครช่วงปลายทศวรรษ 2430 ถึงทศวรรษ 2450
เอาล่ะ คุณคงพร้อมที่จะตามรอยลายแทงแหล่งหมีขาวและสาวปลาดิบในสมัยคนรุ่นทวดของคุณยังเป็นหนุ่มแล้วสินะ
สำหรับยุคสมัยนั้น หากคุณเป็นนักเที่ยวแล้วสนใจจะเยี่ยมกรายไปชมโฉมผู้หญิงรัสเซียและผู้หญิงญี่ปุ่น คุณควรจะต้องเดินทางไปยังย่านบางรัก ที่นั่นคับคั่งไปด้วยคลับและบาร์ โดยเฉพาะบาร์ของพวกชาวฝรั่งตะวันตก แน่นอนว่า ในคลับและบาร์ย่อมมีผู้หญิงรูปสวยคอยต้อนรับและพร้อมปรนนิบัติ
ก่อนจะปลุกเร้าคุณให้เตลิดเปิดเปิงอารมณ์ไปกับย่านบางรัก ขออนุญาตกระตุกแขนให้คุณหันหลังกลับมามองและทำความเข้าใจกับย่านผู้หญิงขายบริการแห่งสำคัญของกรุงเทพฯ แต่ดั้งเดิมสักนิด
สำเพ็ง !
แหล่งชุมชนที่รวบรวมชาวจีนหลากหลายกลุ่ม— แต๋จิ๋ว ไหหลำ กวางตุ้ง
แหล่งทำเลการค้าภายในประเทศขนาดใหญ่ของสยาม
ความเจริญรุ่งเรืองส่งผลให้สำเพ็งกลายเป็นพื้นที่ของการตั้งโรงโสเภณีหนาแน่น ทั้งโรงโสเภณีไทย และที่สำคัญ โดยเฉพาะ โรงโสเภณีจีน
ชายชาวจีนอพยพเข้ามาสู่สยามเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะเป็นแรงงาน พวกเขาทิ้งครอบครัวไว้ยังบ้านเกิดเมืองนอน เมื่อต้องทำมาหากินในย่านสำเพ็ง พวกเขาปรารถนาใช้บริการจากผู้หญิงที่สามารถปรนนิบัติและปรนเปรอให้พวกเขามีความสุขภายหลังการทำงานหนัก นั่นทำให้สำเพ็งมีกิตติศัพท์เลื่องลือว่าเป็นแหล่งชุกชุมของหญิงโสเภณี และเต็มไปด้วยหนุ่มนักเที่ยว จนกลายเป็นคำเรียกหรือคำด่าติดปากผู้คนแห่งยุคสมัยนั้น อย่างเช่นเรียกผู้ชายนักเที่ยวว่า พวกเจ้าชู้สำเพ็ง ส่วนหญิงขายบริการถูกเรียกว่า อีสำเพ็ง
พระยาอนุมานราชธนเล่าไว้ในหนังสือชุดฟื้นความหลังว่า เดิมทีโรงโสเภณีมีอยู่แต่ในพื้นที่สำเพ็งเท่านั้น ครั้นเมื่อชาวฝรั่งตะวันตกเริ่มหลั่งไหลเข้ามาประเทศในสยามมากขึ้น พวกฝรั่งเหล่านั้นจึงได้รวมตัวกันจนกลายเป็นชุมชนแถวย่านบางรัก
เฉกเช่นเดียวกับย่านสำเพ็ง เมื่อย่านบางรักกลายเป็นชุมชนชาวฝรั่งตะวันตก ก็ปรากฏสิ่งที่เกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของพวกฝรั่ง ทั้งในแง่ของสถานบันเทิง รวมถึงแหล่งที่มีผู้หญิงไว้คอยบริการ ปรนนิบัติ และปรนเปรอ โดยผู้หญิงที่ถูกจัดหามาบริการก็มักจะเป็นผู้หญิงฝรั่ง
อย่างไรก็ตาม พื้นที่บางรักมิได้มีเพียงแต่ชุมชนของชาวฝรั่งตะวันตกเท่านั้น หากยังเป็นแหล่งพำนักของชาวเอเชียอย่างพวกญี่ปุ่นด้วย ดังนั้น ในย่านบางรักจึงปรากฏสถานบันเทิงที่มีผู้หญิงญี่ปุ่นคอยให้บริการอยู่ด้วยหลายแห่ง
การเติบโตของย่านบางรักส่งผลให้มีการขยายตัวของกิจการค้าประเวณีในกรุงเทพฯ จากเดิมที่จำกัดเขตไว้เพียงแค่ย่านสำเพ็ง กลายเป็นว่าเกิดแหล่งผู้หญิงขายบริการแห่งใหม่ที่ย่านบางรัก
สำหรับผู้หญิงฝรั่งที่ขายบริการในย่านบางรักนั้น จากบันทึกเกี่ยวกับหญิงนครโสเภณีของกองตระเวนช่วงปลายทศวรรษ 2430 ถึงทศวรรษ 2450 ดูเหมือนว่า ผู้หญิงรัสเซียจะเข้ามาขายประเวณีในสยามจำนวนมากที่สุด
ตามมาเลยสิครับ อีกหลายบรรทัดต่อไปคือลายแทง หากคุณสนใจชมโฉมแม่หมีขาวโฉมงาม คุณควรจะแอบย่องไปด้อมๆมองๆ ตามบาร์หรือสถานบันเทิงที่มีชื่อตามนี้
เริ่มที่ “เบลีวิวบาร์” เพียงคุณเยื้องกรายเข้าไป ก็จะพบหญิงสาวแย้มยิ้มออกมาจากมุมหนึ่งของร้าน บาร์แห่งนี้มีสาวสวยคอยบริการจำนวนทั้งหมดสี่คน ครึ่งหนึ่งเป็นแม่หมีขาว
ลองไปต่อกันที่ “อินเตอร์เนชั่นแน็ล” ทั้งร้านมีผู้หญิงทั้งหมดสองคน พวกเธอล้วนเป็นสาวรัสเซีย
หากคุณยังสนใจจะตามดูแม่หมีขาวสวยสะดุดตา รีบจ้ำอ้าวมาสู่ชายคาของ “สะเปล็นดิดบาร์” คุณจะได้พบเธอหนึ่งคน จากจำนวนผู้หญิงประจำร้านสองคน เฉกเช่นเดียวกันกับบาร์ “เปียฮาล” ซึ่งมีโฉมงามทั้งหมดสองคน แต่คนหนึ่งเป็นหญิงสาวจากดินแดนแห่งพระเจ้าซาร์
อีกสองแห่งที่มีสาวฝรั่งในสังกัดสถานบันเทิงจำนวนสามคน คือ “แรฟเฟิล” และ “ไดรทีเลียน” แต่ละแห่งมีหมีขาวร่างระหงคอยต้อนรับเพียงหนึ่งคน ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ “แรฟเฟิล” ยังมีสาวอิตาเลียนยิ้มหวานรอคุณอยู่ด้วย ขณะที่ “ไดรทีเลียน” คุณอาจมีโอกาสได้ชื่นชมเสน่ห์ผู้หญิงผมทองจากเยอรมัน
อย่างไรก็ตาม จะขอแถมอีกบาร์หนึ่งสำหรับท่านที่สนใจสาวเยอรมันเป็นสำคัญ ผายมือเชิญที่ “เม็ดตรอมโบล”
แต่ถ้าคุณไม่สนใจสาวฝรั่ง แต่กลับรู้สึกพิสมัยแม่สาวจากแดนปลาดิบ โปรดจดจำชื่อบาร์ต่อไปนี้ให้แม่นยำ
เพียงคุณเฉียดกรายไปแถวบริเวณใกล้ๆที่ว่าการอำเภอบางรัก คุณจะพบกับบาร์ชื่อว่า “แมคำอาซาฮี” เลื่องลือกันว่าที่นั่นมีผู้หญิงญี่ปุ่นคอยให้บริการท่านชายถึงหกคน
จากที่ว่าการอำเภอ มาต่อกันที่แถวสะพานวัดยานนาวา ตรงเชิงสะพานคุณจะพบกับ “อูกูมาซาซาคี” แล้วคุณจะเห็นร่างโสภาของแม่สาวปลาดิบกำลังคอยต้อนรับอยู่เป็นจำนวนสี่คนหากยังไม่จุใจ และใคร่ปรารถนาชมโฉมหญิงสาวในชุดกิโมโน ขยับเท้าก้าวต่อลงไปใต้เชิงสะพาน คุณก็จะพบกับ “แมคำโอมาเปียชีย์” ความน่าสนใจของที่นี่คือ เป็นแหล่งชุกชุมของแม่สาวซาซิมิยิ่งนัก เพราะพวกเธอรวมตัวกันอยู่มากถึง 7 คน เพื่อคอยผลิรอยยิ้มหวานๆบนดวงหน้ากลมๆ ชวนให้คุณเย้ายวนใจ
เขียนมาถึงตรงนี้ ขอหยุดพักเรียวนิ้วและข้อมือจากการพลิ้วไหวบนแป้นพิมพ์ คาดว่าลายแทงแหล่งหมีขาวและสาวปลาดิบ คงพอจะทำให้คุณผู้อ่านเพลิดเพลินและมองเห็นภาพสะท้อนของกรุงเทพฯ ช่วงปลายทศวรรษ 2430 ถึงทศวรรษ 2450
ปรารถนาสำคัญของบทความนี้คือ พยายามนำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ให้อ่านสนุก รวมถึงชวนให้ฉุกคิดตระหนักว่า สังคมไทยของเรายังมีบางสิ่งบางอย่างอันน่าสนใจซึ่งดูเหมือนว่าจะถูกละเลยไป เฉกเช่นกรณีของเรื่องหญิงขายบริการหรือโสเภณีที่มักจะกลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ถกเถียงทางสังคม และถูกมองว่าเป็นปัญหา หากแท้แล้วกลับไม่ค่อยมีผู้ทำความเข้าใจถึงกลุ่มคนเหล่านี้อย่างเห็นอกเห็นใจเท่าใดนัก
อย่างไรก็ตาม นี่มิใช่เรื่องสำหรับส่งการบ้านแบบที่พวกคุณอาจเคยพบเห็นในเว็บไซต์นักเที่ยวหรอกนะ
และคงต้องขออภัยอย่างยิ่งที่ไม่มีภาพปลากรอบ !
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ