UNHCR ระบุว่าวิกฤติความรุนแรงในตะวันออกกลางกำลังทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องพลัดถิ่นจากบ้าน โดยเฉพาะในเลบานอนและซีเรีย ขณะที่หลายประเทศในภูมิภาคซึ่งเป็นแหล่งพักพิงผู้ลี้ภัยอยู่แล้วกำลังเผชิญภาระหนัก ด้านองค์การสหประชาชาติเตือนว่าขีดความสามารถในการช่วยเหลือกำลังถูกจำกัด หลังงบประมาณที่ต้องใช้กว่า 454 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 ได้รับการสนับสนุนเพียงร้อยละ 15 พร้อมเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ เปิดพรมแดนตามหลักมนุษยธรรมเพื่อคุ้มครองผู้หนีภัยอันตราย
6 มีนาคม 2026 สำนักข่าวไทย รายงานว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เร่งระดมทรัพยากรจากอิหร่าน และอัฟกานิสถานไปยังเลบานอน และซีเรีย เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ต้องพลัดถิ่นจากบ้านของตนเอง ท่ามกลางวิกฤติระดับภูมิภาคที่อยู่ในภาวะตึงเครียด
หลายประเทศที่ได้รับผลกระทบ เป็นแหล่งพักพิงของผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นนับล้านคน UNHCR กำลังติดตามสถานการณ์ในอิหร่านอย่างใกล้ชิดในฐานะหน่วยงานสหประชาชาติที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ซึ่งดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 1984 โดยมีสำนักงานหลักในกรุงเตหะรานและสำนักงานภาคสนามอีก 5 แห่ง แม้ปัจจุบันจะยังไม่สามารถยืนยันจำนวนผู้โยกย้ายถิ่นฐานภายในประเทศที่แน่ชัดได้เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ทางองค์การฯ ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนรัฐบาลอิหร่านเพื่อรับมือกับวิกฤติครั้งนี้ทันที
ปัจจุบันอิหร่านแบกรับภาระในการดูแลผู้ลี้ภัยและผู้ต้องการความคุ้มครองกว่า 1,650,000 คน ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้กำลังเผชิญความยากลำบากอย่างหนักจากสภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูง และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นจนกระทบต่อการเข้าถึงปัจจัยพื้นฐาน ขณะที่มาตรการควบคุมการอยู่อาศัยที่เข้มงวดขึ้นส่งผลให้ชาวอัฟกานิสถานบางส่วนต้องตัดสินใจเดินทางกลับประเทศต้นทางท่ามกลางความวิตกกังวล อย่างไรก็ตาม UNHCR ยังคงยืนหยัดให้บริการสายด่วนและศูนย์แรกรับเพื่อมอบความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขและคุ้มครองทางสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนในพื้นที่ยังคงปลอดภัย
นอกจากนี้ UNHCR ได้เพิ่มความพร้อมบริเวณจุดผ่านแดนสำคัญและเรียกร้องให้ทุกประเทศเปิดพรมแดนตามหลักมนุษยธรรมเพื่อป้องกันการผลักดันผู้หนีภัยอันตรายกลับไปสู่อันตรายถึงชีวิต โดยจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าสถานการณ์บริเวณชายแดนอิสลาม กาลา เมืองชายแดนสำคัญในจังหวัดเฮราต ทางตะวันตกของอัฟกานิสถานติดกับชายแดนประเทศอิหร่าน ยังคงมีเสถียรภาพ เช่นเดียวกับพรมแดนด้านตุรกีและอาร์เมเนีย ที่ความเคลื่อนไหวยังอยู่ในระดับปกติ
ท่ามกลางวิกฤติที่ขยายตัว ขีดความสามารถในการให้ความช่วยเหลือของ UNHCR กลับลดลงอย่างน่ากังวลเนื่องจากการถูกตัดงบประมาณ โดยในปี 2026 UNHCR มีความต้องการงบประมาณรวมทั้งสิ้นประมาณ 15,845 ล้านบาท (454.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อใช้ในภารกิจคุ้มครองผู้พลัดถิ่นในในอัฟกานิสถาน อิหร่าน ปากีสถาน และเอเชียกลางแต่อัตราการได้รับเงินสนับสนุนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์กลับมีเพียงร้อยละ 15 เท่านั้น ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อขีดความสามารถในการบรรเทาทุกข์ UNHCR จึงขอเรียกร้องให้ทุกประเทศเปิดพรมแดนรับผู้ที่หนีอันตรายถึงชีวิต และย้ำว่าการปฏิเสธผู้แสวงหาที่พักพิงถือเป็นการละเมิดหลักการมอบความคุ้มครองระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ทางตอนใต้ของเลบานอน หุบเขาเบก้า และเขตชานกรุงเบรุต กำลังเผชิญกับการพลัดถิ่นครั้งใหญ่หลังมีการออกคำเตือนให้อพยพในหลายพื้นที่ท่ามกลางการโจมตีทางอากาศที่รุนแรง โดยมีรายงานประชาชนราว 30,000 คนเข้าพักพิงในศูนย์ของรัฐบาล ขณะที่อีกจำนวนมากยังติดค้างอยู่บนเส้นทางอพยพหรือต้องนอนในรถยนต์ริมทาง UNHCR จึงได้ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อเร่งแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน และเฝ้าระวังสถานการณ์ชายแดนซีเรียอย่างใกล้ชิดหลังพบตัวเลขผู้ลี้ภัยข้ามพรมแดนสูงถึง 11,000 คนภายในวันเดียว พร้อมทั้งจัดเตรียมคลังสิ่งของสำรองเชิงยุทธศาสตร์จากเมืองเทอร์เมซ ในอุซเบกิสถาน เพื่อให้พร้อมตอบสนองต่อวิกฤติในทุกมิติอย่างทันท่วงที
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

