อบต.ไผ่วง สร้างวัฒนธรรมขับขี่ปลอดภัย เริ่มจากเด็กเล็ก 'ใส่หมวกนิรภัย 100%' ใช้กลไก กปท. ขับเคลื่อน

กองบรรณาธิการ TCIJ 7 มี.ค. 2569 | อ่านแล้ว 108 ครั้ง

อบต.ไผ่วง สร้างวัฒนธรรมขับขี่ปลอดภัย เริ่มจากเด็กเล็ก 'ใส่หมวกนิรภัย 100%' ใช้กลไก กปท. ขับเคลื่อน

อบต.ไผ่วง สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน “โครงการหนูน้อยไผ่วงปลอดภัย ใส่หมวกนิรภัย 100%” ผ่านกลไก กปท. ปลูกฝังจิตสำนึกขับขี่ปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก พร้อมรณรงค์ผู้ปกครองสวมหมวกกันน็อคทุกครั้งที่เดินทาง บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น และชุมชน มุ่งขับเคลื่อนป้องกันอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน

ในเวทีสาธารณะ “สานพลังความร่วมมือ 5 หน่วยงาน : บูรณาการกลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กปท.) เพื่อส่งเสริมการใช้หมวกนิรภัยและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก” จัดโดย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์การบริการส่วนตำบล (อบต.) ไผ่วง โดยมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ อาทิ อบต.ไผ่วง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอ่างทอง สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดอ่างทอง และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

นายอภิศักดิ์ ปทุมานนท์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไผ่วง กล่าวว่า แม้ตำบลไผ่วงจะเป็นพื้นที่ขนาดเล็ก แต่ได้ให้ความสำคัญกับการลดอุบัติเหตุทางถนนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปลูกฝังเด็กให้เรียนรู้กฎจราจร การปรับปรุงสภาพแวดล้อมริมถนนให้ปลอดภัย รวมถึงการรณรงค์ให้ประชาชนสวมหมวกกันน็อค ซึ่งจากการดำเนินงานในบางพื้นที่พบว่าอุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้นบ่อยสามารถลดลงได้อย่างชัดเจน

ด้าน นายปรีชา ปรีชาชวลิต ปลัด อบต.ไผ่วง กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ปี 2564 อบต.ไผ่วงได้ตั้ง คณะกรรมการความปลอดภัยทางถนนระดับตำบล ประกอบด้วยผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุในพื้นที่และกำหนดแนวทางป้องกัน มีการประชุมอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยง เพื่อนำข้อมูลมาวางมาตรการแก้ไขไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า พฤติกรรมเสี่ยงสำคัญคือการไม่สวมหมวกกันน็อค จึงได้เริ่มรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ในชุมชนควบคู่กับการปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก สู่การพัฒนาโครงการ “หนูน้อยไผ่วงปลอดภัย ใส่หมวกนิรภัย 100%” ในปี 2568

โครงการดังกล่าวใช้งบประมาณจาก กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กปท.) ประมาณ 25,232 บาท มีเป้าหมายคือเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของ อบต. จำนวน 27 คน และผู้ปกครองรวม 75 คน เน้นการเรียนรู้ผ่านรูปแบบที่เหมาะสมกับเด็ก เช่น นิทาน เกม การระบายสี การเรียนรู้สัญญาณจราจร และฝึกสวมหมวกกันน็อค อย่างถูกวิธี เพื่อปลูกฝังความปลอดภัยให้เป็นพฤติกรรมปกติในชีวิตประจำวัน พร้อมจัดตั้ง “ธนาคารหมวกกันน็อค” เพื่อสนับสนุนหมวกนิรภัยให้เด็กและผู้ปกครองใช้ระหว่างการรับส่งที่ศูนย์เด็กเล็ก ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ปกครองเป็นอย่างดี และเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสวมหมวกกันน็อคในชุมชนมากขึ้น

ด้าน นายบรรจง โพธิวงค์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า จังหวัดอ่างทองให้ความสำคัญกับการลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างจริงจัง โดยในปี 2568 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 373 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 343 ราย และเสียชีวิต 73 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์ และพบว่ากว่า 83% ของผู้ประสบเหตุไม่ได้สวมหมวกกันน็อค ดังนั้นจังหวัดจึงมุ่งแก้ไขปัญหาโดยใช้แนวคิด “ระเบิดจากข้างใน” คือให้ชุมชนเป็นผู้ริเริ่มการเปลี่ยนแปลง และ “บูรณาการความร่วมมือ” จากทุกภาคส่วน ซึ่งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กไผ่วงถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่ระดับครอบครัวและชุมชน

ขณะที่ นายอภิชาติ ศรีเหรา นายอำเภอวิเศษชัยชาญ กล่าวว่า การปลูกฝังวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัยต้องเริ่มตั้งแต่เด็กที่จะเติบโตขึ้นพร้อมกับพฤติกรรมที่ถูกต้อง จึงขอชื่นชม อบต.ไผ่วงที่แก้ไขปัญหาโดย “ติดกระดุมเม็ดแรก” จากเด็กเล็ก ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะสมและขยายผลไปยังครอบครัวและชุมชนได้ ซึ่งปัจจุบันอำเภอวิเศษชัยชาญมี 15 ตำบล และ 16 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีแผนที่จะนำรูปแบบของตำบลไผ่วงไปขยายผลในพื้นที่อื่น เพื่อสร้างเครือข่ายชุมชนปลอดภัยทางถนนในระดับอำเภอ

นายธีระพันธ์ ลิมป์พูน ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ สปสช. กล่าวว่า โครงการธนาคารหมวกกันน็อคเป็นตัวอย่างของการใช้กลไก กปท. ขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยทางถนนในชุมชน มุ่งปลูกฝังวินัยจราจรตั้งแต่เด็กผ่านศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั่วประเทศ ทั้งนี้ สปสช. ตั้งเป้าภายในปี 2569–2570 จะขยายธนาคารหมวกกันน็อคในศูนย์เด็กเล็ก 3,320 แห่ง โดยขณะนี้มีพื้นที่สนใจเข้าร่วมกว่า 500 โครงการแล้ว โดยตัวอย่างของ อบต.ไผ่วงใช้งบประมาณเพียง20,000 บาท ดูแลเด็ก 26 คน หรือเฉลี่ยไม่ถึง 1,000 บาทต่อคน แต่สามารถปลูกฝังพฤติกรรมความปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุในอนาคตได้อย่างคุ้มค่า

ด้าน ดร.ประพจน์ บุญมี ผู้อำนวยการกลุ่ม สปสช. เขต 4 สระบุรี กล่าวว่า อบต.ไผ่วงเป็นตัวอย่างของท้องถิ่นที่ใช้กลไก กปท. ในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันอุบัติเหตุได้อย่างเป็นรูปธรรม แม้จะใช้งบประมาณเพียงประมาณ 20,000 บาท แต่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเด็กและผู้ปกครองได้อย่างชัดเจน ฉะนั้น สปสช. จึงมีแนวคิดนำต้นแบบของ อบต.ไผ่วงไปพัฒนาเป็น “โมเดลโครงการธนาคารหมวกกันน็อคในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก” เพื่อขยายผลไปยังพื้นที่อื่นในจังหวัดอ่างทอง และอาจต่อยอดไปทั่วประเทศ โดยใช้กลไกกองทุน กปท. เป็นกลไกสนับสนุนการดำเนินงานของท้องถิ่น

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: