เผยปี 2570 วิทยุ FM ใบอนุญาตสิ้นสุด 237 สถานี AM 145 สถานี

กองบรรณาธิการ TCIJ 7 มี.ค. 2569 | อ่านแล้ว 91 ครั้ง

เผยปี 2570 วิทยุ FM ใบอนุญาตสิ้นสุด 237 สถานี AM 145 สถานี

สำนักงาน กสทช. จัด Focus Group ปรับปรุงแผนความถี่วิทยุ FM และ AM รองรับการสิ้นสุดใบอนุญาตของสถานีวิทยุหลักในปี 2570 โดยวิทยุ FM ใบอนุญาตสิ้นสุด 237 สถานี AM 145 สถานี

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้จัดประชุมรับฟังความเห็นเฉพาะกลุ่ม (Focus Group) ต่อแนวทางการปรับปรุงแผนความถี่วิทยุกิจการกระจายเสียงระบบ FM และระบบ AM ในระดับภูมิภาค เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารหอประชุม สำนักงาน กสทช. กรุงเทพฯ โดยมีผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงระบบ FM และ AM ที่เป็นสถานีวิทยุหลักในระดับภูมิภาคทั้งประเภทสาธารณะและธุรกิจ จำนวนกว่า 200 สถานี มาร่วมรับฟังการชี้แจงและเสนอข้อคิดเห็นทั้งในระบบออนไซต์และออนไลน์

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า วันที่ 3 เมษายน 2570 จะสิ้นสุดการอนุญาตประกอบกิจการในระบบ FM จำนวน 237 สถานี และระบบ AM จำนวน 145 สถานี ซึ่งเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงหลัก ประเภทสาธารณะที่เป็นของงานราชการ และวันที่ 3 เมษายน 2572 จะสิ้นสุดการอนุญาตประกอบกิจการในระบบ FM จำนวน 68 สถานี ซึ่งเป็นวิทยุกระจายเสียงหลัก ประเภทธุรกิจที่เป็นของเอกชนและรัฐวิสาหกิจ โดยที่สถานีดังกล่าว ต้องทราบแนวทางในการประกอบกิจการต่อไป ภายใน 180 วันก่อนสิ้นสุดการอนุญาต นั่นหมายความว่า ภายในกันยายนปีนี้ กสทช. จะต้องออกประกาศหลักเกณฑ์ในการอนุญาตใช้คลื่นความถี่ เพื่อมิให้เกิดภาวะ ‘เสียงดับ’ ซึ่งตามขั้นตอนมาตรฐานสากล ในการบริหารคลื่นความถี่นั้น ก่อนที่จะจัดสรรและอนุญาตใช้คลื่นความถี่นั้น จำเป็นต้องจัดทำแผนความถี่วิทยุก่อน ดังนั้น สำนักงาน กสทช. จึงได้เสนอขอจัดทำโดยปรับปรุงแผนความถี่วิทยุ FM ระดับภูมิภาคตามภาคผนวก ก เดิมที่เป็นแบบ Assignment Plan กล่าวคือ มีการกำหนดคลื่นความถี่ พิกัดที่ตั้งและคุณสมบัติทางเทคนิค (เช่น กำลังส่งออกอากาศ ความสูงสายอากาศ) ในแต่ละคลื่นความถี่ มาเป็นแบบ Allotment Plan กล่าวคือ กำหนดคลื่นความถี่ พื้นที่ให้บริการ คุณสมบัติทางเทคนิคที่เหมือนกันในทุกคลื่นความถี่ โดยมีเหตุผลในการปรับปรุงนอกจากเป็นไปตามมาตรฐานสากลแล้ว ยังเป็นแบบเดียวกับแผนความถี่วิทยุ FM ระดับท้องถิ่นตามภาคผนวก ข ที่ได้จัดทำที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้เกิดความยืดหยุ่นจากการไม่กำหนดพิกัดที่ตั้งตายตัว ส่งผลให้สามารถพิจารณาคลื่นความถี่ที่มีช่องว่างเพิ่มเติมได้

“การประชุมครั้งนี้ นอกจากเป็นการสอบถามความคิดเห็นต่อการปรับปรุงแผนความถี่วิทยุใหม่ในลักษณะ Allotment Plan แล้ว ยังได้สอบถามถึงความจำเป็นและความต้องการในการใช้คลื่นความถี่วิทยุ FM และ AM ของผู้ที่ได้รับอนุญาตเดิม แม้ว่าการจัดทำแผนความถี่วิทยุและการพิจารณาอนุญาตในครั้งใหม่นี้ กสทช. ไม่ต้องดำเนินการตามบทเฉพาะกาล ตามมาตรา 82 ของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ที่ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ แจ้งรายละเอียดการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ รวมทั้งเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่ต่อ กสทช. ก็ตาม แต่เพื่อที่ กสทช. จะได้ทราบข้อมูลด้านอุปสงค์ (Demand) ความต้องการที่ชัดเจน โดยเฉพาะจากรายเดิม มาประกอบการพิจารณาในการเสนออุปทาน (Supply) รองรับ ทั้งรายเดิมและรายใหม่ เพื่อให้การจัดสรรคลื่นความถี่ อันเป็นสมบัติของชาติที่มีจำกัด เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ก่อนที่จะนำเสนอ กสทช. ให้ความเห็นชอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าว

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: