'ทรัมป์' ประกาศว่าจะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกองค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานภายใต้องค์การสหประชาชาติ (UN) รวม 66 องค์กร ซึ่งรวมถึงสนธิสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศที่สำคัญและหน่วยงานยูเอ็นที่ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ดำเนินงานในลักษณะที่ขัดต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ
8 มกราคม 2026 สำนักข่าวไทย รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศว่าจะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกองค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานภายใต้องค์การสหประชาชาติ (UN) รวมหลายสิบแห่ง ซึ่งรวมถึงสนธิสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศที่สำคัญและหน่วยงานยูเอ็นที่ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ โดยให้เหตุผลว่า องค์กรเหล่านี้ดำเนินงานในลักษณะที่ขัดต่อผลประโยชน์ของชาติสหรัฐฯ
ในบันทึกข้อความที่นายทรัมป์ส่งถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล มีรายชื่อองค์กรที่ไม่ใช่หน่วยงานของสหประชาชาติ จำนวน 35 แห่ง และหน่วยงานภายใต้ยูเอ็นอีก 31 แห่งที่สหรัฐฯ เตรียมถอนตัวจากการเป็นสมาชิก หนึ่งในนั้นคือ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ซึ่งถือเป็นสนธิสัญญาพื้นฐานที่เป็นข้อตกลงต้นทางของข้อตกลงปารีสปี 2015 โดยเมื่อปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ก็ได้งดเข้าร่วมการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศเป็นครั้งแรกในรอบสามทศวรรษ
นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะถอนตัวจากหน่วยงานเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) และ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ซึ่งดูแลด้านการวางแผนครอบครัวรวมถึงสุขภาพมารดาและเด็กในกว่า 150 ประเทศ หลังจากที่สหรัฐฯ ได้เริ่มตัดงบประมาณสนับสนุน UNFPA ไปแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
บันทึกข้อความของนายทรัมป์ระบุว่า สำหรับการถอนตัวจากหน่วยงานของสหประชาชาตินั้น หมายถึงการยุติการเข้าร่วมหรือยุติการให้เงินสนับสนุนแก่หน่วยงานเหล่านั้นตามขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต ซึ่งที่ผ่านมานายทรัมป์ได้สั่งตัดงบประมาณสนับสนุนหน่วยงานยูเอ็นเกือบทั้งหมดไปแล้วเป็นจำนวนมาก
การเคลื่อนไหวของนายทรัมป์สะท้อนถึงความความไม่ไว้วางใจที่มีต่อสถาบันพหุภาคี โดยเฉพาะองค์การสหประชาชาติ โดยนายทรัมป์มักตั้งคำถามถึง ประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความรับผิดชอบขององค์กรระหว่างประเทศ และโต้แย้งว่าองค์กรเหล่านี้มักไม่ตอบสนองผลประโยชน์ของสหรัฐฯ
นับตั้งแต่เริ่มการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นวาระที่สองเมื่อปีที่แล้ว นายทรัมป์พยายามตัดงบประมาณสนับสนุนยูเอ็นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยุติการมีส่วนร่วมกับคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ระงับเงินสนับสนุนหน่วยงานบรรเทาทุกข์ปาเลสไตน์ (UNRWA) และถอนตัวจากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะถอนตัวจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และข้อตกลงปารีสอีกด้วย
หน่วยงานอื่นๆ ที่อยู่ในรายชื่อถอนตัวครั้งนี้ ได้แก่ อนุกรรมการสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD), เวทีพลังงานระหว่างประเทศ (IEF), ทะเบียนอาวุธตามแบบของสหประชาชาติ ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อการซื้อขายอาวุธหนักโลก และคณะกรรมาธิการสร้างสันติภาพแห่งสหประชาชาติ
ทางทำเนียบขาวระบุว่า หน่วยงานหลายสิบแห่งที่สหรัฐต้องการถอนตัวออกโดยเร็วที่สุดนั้น เป็นผู้ส่งเสริมนโยบายสภาพภูมิอากาศที่สุดโต่ง กติกาหรือระบบความร่วมมือระหว่างประเทศ และโครงการทางอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกับอธิปไตยและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนความร่วมมือระหว่างประเทศและสนธิสัญญาทั้งหมด
ทำเนียบขาวแถลงว่า การถอนตัวครั้งนี้จะเป็นการยุติการใช้เงินภาษีของชาวอเมริกันและการเข้าไปมีส่วนร่วมในหน่วยงานที่ผลักดันวาระแบบโลกาภิวัตน์มากกว่าลำดับความสำคัญของสหรัฐฯ หรือหน่วยงานที่จัดการปัญหาสำคัญได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเงินภาษีของสหรัฐฯ ควรถูกนำไปจัดสรรในแนวทางอื่นเพื่อสนับสนุนภารกิจที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมกว่า
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

