จับตา: เปิดรายละเอียด 'โครงการโซลาร์ภาคประชาชน' สนับสนุนวงเงิน 50,000 บาทต่อครัวเรือน

กองบรรณาธิการ TCIJ 28 ต.ค. 2569 | อ่านแล้ว 79 ครั้ง


เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ โครงการ Solar ภาคประชาชน ภายใต้ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. อนุมัติโครงการ Solar ภาคประชาชน กรอบวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 50,000.00 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569

2. มอบหมายให้การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เร่งดำเนินการการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการติดตั้งระบบ (Vendors) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

3. มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เร่งสื่อสารประชาสัมพันธ์โครงการ Solar ภาคประชาชน ให้ชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดโครงการแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายและผู้ให้บริการติดตั้งระบบ (Vendors) เพื่อให้ประชาชนเข้าใจอย่างถูกต้อง รวมทั้งเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ครบถ้วน

4. มอบหมายให้กรมสรรพากรพิจารณาดำเนินการยกร่างกฎหมายและเสนอคณะรัฐมนตรีในกรณีการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการได้รับสิทธิ (เงินสนับสนุน)

5. มอบหมายให้กรมศุลกากรพิจารณาดำเนินการยกร่างกฎหมายและเสนอคณะรัฐมนตรีในกรณีการยกเว้นภาษีอากรนำเข้า ตามข้อ 5.10 ในข้อ 2)

6. มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมจัดทำมาตรการและแนวทางการจัดการซากแผง Solar และอุปกรณ์เมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน รวมถึงการกำหนดค่าใช้จ่าย แหล่งเงินรองรับ และกลไกการกำกับการจัดการให้เป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม

7. มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาครวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลการผลิตและการใช้ไฟฟ้าเพื่อใช้ในการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ

8. มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพิจารณาแนวทางการรวบรวมปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจก ภายใต้โครงการ Solar ภาคประชาชนเพื่อให้เป็นทรัพย์สินของภาครัฐภายใต้กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ความเร่งด่วนของเรื่อง

เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาเชื้อเพลิงและราคาพลังงานยังคงมีความผันผวนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของประชาชน ดังนั้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตทางด้านพลังงาน โดยมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการผลิตและใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างแพร่หลาย ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของประชาชนลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคประชาชนตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการผลิตและใช้พลังงานสะอาด อันเป็นการสนับสนุนนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนจึงขอเสนอโครงการ Solar ภาคประชาชน โดยขอใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้วงเงินในแผนงานหรือโครงการที่ 2 ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569

สาระสำคัญของเรื่อง

1. กระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำโครงการ Solar ภาคประชาชน วงเงินรวมทั้งสิ้น 50,000.00 ล้านบาท กลุ่มเป้าหมายจำนวน 1,000,000 ครัวเรือน เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569

2. คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ที่ทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองความเหมาะสมของโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ได้พิจารณาโครงการ Solar ภาคประชาชน เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 และวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ณ กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทยได้เข้าร่วมการประชุมและให้ข้อมูลรายละเอียดข้อเสนอโครงการเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้

3. คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ในคราวประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ตามหนังสือคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ด่วนที่สุด ที่ กค (คกง.) 0907/46 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2569 มีมติที่ประชุม ดังนี้ 

3.1 เห็นควรอนุมัติโครงการ Solar ภาคประชาชน ของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย วงเงิน 50,000.00 ล้านบาท ภายใต้แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพรองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชน ทั่วไปให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมทั้งเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวโดยคณะกรรมการฯ มีความเห็นเพิ่มเติมเพื่อให้การดำเนินงานแต่ละขั้นตอนเป็นไปในทิศทางเดียวกันสามารถวางแผนการบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพและดำเนินโครงการได้ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ดังนี้

1) ระยะเวลาดำเนินโครงการและแผนการดำเนินการ : ขอให้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยปรับระยะเวลาดำเนินงาน และแผนการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอน รวมทั้งแผนการใช้จ่ายเงินให้สอดคล้องกับการดำเนินงานจริง โดยขอให้กำหนดลงทะเบียนขอรับสิทธิ เป็นระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม 2569 - 31 มกราคม 2570 การสำรวจสถานที่ติดตั้งและประเมินขนาดติดตั้ง ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2570 และเบิกจ่ายเงินกู้ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2570

2) การกำหนดราคา การรับประกัน และบริการหลังการขาย : ขอให้กำหนด เป็นมาตรฐานเดียวกันของผู้ให้บริการติดตั้งระบบจากการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือผู้ประกอบการติดตั้งระบบ (Vendors) ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้แก่          

(1) ราคาติดตั้ง : ระบบ Solar ขนาด 5 kW ราคาไม่เกิน 140,000.00 บาท

(2) การรับประกัน : รับประกันงานติดตั้ง 7 ปี และประกันอัคคีภัย 7 ปี

(3) บริการหลังการขาย : บริการล้างแผง 7 ปี ปีละ 1 ครั้ง ตามรอบการบำรุงรักษา 

3) การขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการติดตั้งระบบ (Vendors) : ขอให้การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้การดำเนินโครงการให้สำเร็จบรรลุเป้าหมาย

4) การวางเงินประกันผลงานของผู้ให้บริการติดตั้งระบบ (Bank Guarantee) : ขอให้วาง Bank Guarantee จำนวน 50,000.00 บาทต่องาน ระยะเวลา 6 เดือน หากไม่สามารถส่งมอบงาน ภายในระยะเวลา 6 เดือน จะถูกยึด Bank Guarantee

3.2 เมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการ Solar ภาคประชาชนแล้ว เห็นควรให้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เร่งสื่อสารประชาสัมพันธ์โครงการ Solar ภาคประชาชน ให้ชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดโครงการแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายและผู้ให้บริการติดตั้งระบบ (Vendors) เพื่อให้ประชาชนเข้าใจอย่างถูกต้อง รวมทั้งเพื่อใช้เป็น ข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ครบถ้วน

3.3 เห็นควรให้กระทรวงอุตสาหกรรมจัดทำมาตรการและแนวทางการจัดการซากแผง Solar เมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน

4. คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ในคราวประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 9/2569 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ตามหนังสือคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ด่วนที่สุด ที่ กค (คกง.) 0907/58 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2569 มีมติที่ประชุม ดังนี้ 

4.1 เห็นชอบให้การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนดคุณสมบัติและอัตราค่าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ชุดมาตรฐานขนาด 5 กิโลวัตต์ (KW) วงเงินไม่เกิน 140,000.00 บาท ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเลือกติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีคุณสมบัติและราคาที่สูงกว่าชุดมาตรฐานที่การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนดได้

4.2 ขอให้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เพิ่มเติมรายละเอียดในเรื่องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยดำเนินการโครงการ Solar ภาคประชาชน วงเงิน 50,000.00 ล้านบาท ภายใต้แผนงานหรือโครงการที่ 2 โดยให้ครอบคลุมถึงรายละเอียดของโครงการ ได้แก่

1) กลุ่มเป้าหมาย หลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้รับสิทธิ

2) ขนาดติดตั้ง มาตรฐาน ราคา การขายไฟฟ้าและบริการหลังการขาย การกำหนดขนาดติดตั้งของโครงการ ข้อกำหนดมาตรฐานและคุณสมบัติของระบบ อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง องค์ประกอบ วิธีกำหนด และขอบเขตของราคา รูปแบบการติดตั้ง มาตรฐานการติดตั้ง เงื่อนไขการให้บริการหลังการขาย ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขายไฟฟ้าส่วนเกิน

3) ผู้ประกอบการติดตั้ง (Vendors) จำนวนและความสามารถของผู้ประกอบการติดตั้ง (Vendors) หลักเกณฑ์การคัดเลือกและกำกับดูแลผู้ประกอบการติดตั้ง (Vendors) ให้ได้มาตรฐานเดียวกัน การจัดทำสัญญามาตรฐาน

4) รูปแบบและขั้นตอนการดำเนินโครงการ กำหนดรูปแบบการดำเนินโครงการ ขั้นตอนการดำเนินงานตั้งแต่การลงทะเบียนรับสิทธิ การตรวจสอบสิทธิ การเลือกผู้ให้บริการ (Vendor) การยื่นขอขนานระบบ การตรวจสอบและการอนุญาตให้เชื่อมขนาน การเบิกจ่ายเงิน และการโอนเงินพร้อมทั้งระบุเอกสารประกอบการดำเนินงานแต่ละขั้นตอนโดยละเอียด รวมทั้งการวาง Bank Guarantee โดยระบุกรอบเวลา ที่ชัดเจนในแต่ละขั้นตอน และการบริหารความเสี่ยงของโครงการ

5) สินเชื่อ หลักเกณฑ์ รูปแบบและเงื่อนไขการขอสินเชื่อของสถาบันการเงิน ที่เข้าร่วมโครงการ (ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร)

6) การจัดการแผงและอุปกรณ์เมื่อหมดอายุการใช้งาน โดยให้ระบุผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่าย แหล่งเงินรองรับ และกลไกการกำกับการจัดการให้เป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม

7) การส่งเสริมอุตสาหกรรมและการลงทุนภายในประเทศ การใช้อุปกรณ์
ที่ผลิตภายในประเทศ การยกเว้นวัตถุดิบนำเข้าเพื่อการผลิตแผง Solar การให้สิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมการลงทุน

8) การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการได้รับสิทธิ (เงินสนับสนุน) ให้กรมสรรพากรพิจารณาดำเนินการยกร่างกฎหมายและเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

9) การยกเว้นภาษีอากรนำเข้า ให้กรมศุลกากรดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการยกร่างกฎหมายและเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

10) ให้กระทรวงมหาดไทยรวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลการผลิตและการใช้ไฟฟ้าเพื่อใช้ในการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ

11) ให้กระทรวงมหาดไทยโดยการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพิจารณาแนวทางการรวบรวมปริมาณ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้โครงการ Solar ภาคประชาชน เพื่อให้เป็นทรัพย์สินของภาครัฐภายใต้กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

12) กรณีมีไฟส่วนเกิน สามารถขายคืนให้การไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ราคา 2.20 บาท/หน่วย โดยธนาคารจะหักเงินได้จากค่าขายไฟเพื่อชำระเงินต้นเป็นลำดับแรก ส่วนที่เหลือคืนประชาชน

5. โครงการ Solar ภาคประชาชน ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงินรวมทั้งสิ้น 50,000.00 ล้านบาท มีรายละเอียด ดังนี้

5.1 ความเป็นมา

คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 มีมติเห็นชอบในหลักการวาระแห่งชาติด้านพลังงานเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาค่าไฟฟ้าและส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ 1) การบรรเทาผลกระทบราคาค่าไฟฟ้าของประชาชน 2) นโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และ 3) การส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่อไป

ปัจจุบันภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ (Energy Transition) โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานทางเลือก รวมถึงการเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตและใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น เมื่อพิจารณาในภาพรวมของประเทศพบว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน อันเนื่องมาจากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้า สูงขึ้น และสะท้อนมายังค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องรับภาระ แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนในระยะสั้น แต่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตสูง

ในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับประชาชน ถือเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถตอบสนองต่อนโยบายดังกล่าวได้โดยตรง ในการช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก และสนับสนุนการพัฒนาระบบพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นการเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน เนื่องจากประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยลดปริมาณการซื้อไฟฟ้าจากระบบและลดค่าใช้จ่าย ด้านไฟฟ้าในระยะยาว อีกทั้ง ยังช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนและส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

5.2 วัตถุประสงค์ของโครงการ

1) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) ได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น

2) เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของภาคประชาชน โดยส่งเสริมให้ประชาชนผลิตและใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อทดแทนการซื้อไฟฟ้าจากระบบ

3) เพื่อเพิ่มสัดส่วนการผลิตและการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคประชาชนและสนับสนุนการลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล

4) เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ (Energy Transition) ผ่านการผลิตและใช้พลังงานสะอาด

5) เพื่อสนับสนุนนโยบายของภาครัฐด้านพลังงานสะอาดและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันนำไปสู่การพัฒนาระบบพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน

5.3 ลักษณะโครงการ

โครงการ Solar ภาคประชาชน มีลักษณะการดำเนินงานเป็นการให้การสนับสนุนเงินทุนแก่ประชาชนที่ มีคุณสมบัติและผ่านหลักเกณฑ์ของโครงการ รายละ 50,000.00 บาท เพื่อใช้ในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงาน แสงอาทิตย์ให้กับประชาชน จำนวน 1,000,000 ครัวเรือน จำนวน 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ในพื้นที่ให้บริการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 74 จังหวัด และการไฟฟ้านครหลวง 3 จังหวัด ซึ่งดำเนินการผ่านการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและ/หรือผู้ประกอบการติดตั้งที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนด

5.4 กลุ่มเป้าหมาย ประชาชน จำนวน 1,000,000 ครัวเรือน

5.5 วงเงินงบประมาณ จำนวน 50,000.00 ล้านบาท

รายการ

ราคาต่อ

หน่วย

(บาท)

จำนวน

(หน่วย)

รวม
(ล้านบาท)

1. ค่าสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) สำหรับภาคประชาชน

50,000.00

1,000,000.00

50,000.00

รวม

50,000.00

1,000,000.00

50,000.00

5.6 ระยะเวลาดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 - 30 กันยายน 2570 และเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2570

5.7 รูปแบบและขั้นตอนการดำเนินโครงการ

1) รูปแบบการดำเนินงาน

1.1) การลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ

ประชาชนสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเพื่อขอรับสิทธิ ในการสนับสนุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) ได้จำนวน 2 ช่องทาง ได้แก่

(1) ในระบบออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

(2) ลงทะเบียน ณ ที่ตั้งของสำนักงานการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่

1.2) การตรวจสอบสิทธิ

ในขั้นตอนการลงทะเบียน การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะดำเนินการตรวจสอบเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ในขั้นแรก โดยผู้ที่ลงทะเบียนได้จะต้องผ่านเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) เป็นบุคคลธรรมดาผู้มีสัญชาติไทย 

(2) ไม่เคยลงทะเบียนรับสิทธิในโครงการนี้มาก่อน โดยให้สิทธิ 1 บุคคลต่อ 1 มิเตอร์

(3) เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย

(4) ชื่อผู้ขอรับสิทธิต้องเป็นชื่อเดียวกับเจ้าของมิเตอร์ที่ติดตั้งระบบ Solar

(5) ยืนยันการไม่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบ Solar ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 805) พ.ศ. 2569 ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

(6) ยืนยันไม่ขอรับสิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 20 ปีนับแต่วันได้รับการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ หากเป็นผู้ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ

จากนั้น เมื่อผู้เข้าร่วมโครงการติดตั้งระบบ Solar พร้อมยื่นขนานระบบไฟฟ้า และได้รับอนุญาตให้ขนานระบบไฟฟ้ากับโครงข่ายไฟฟ้าแล้ว การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะตรวจสอบเงื่อนไขในขั้นตอนสุดท้าย โดยผู้ที่จะได้เงินสนับสนุนต้องผ่านเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) ระบบ Solar ต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 5 กิโลวัตต์สูงสุดและไม่เกิน 
10 กิโลวัตต์สูงสุด ต่อ 1 มิเตอร์ (ติดตั้งใหม่ หรือติดตั้งเพิ่มจากระบบ Solar เดิม) โดยต้องประกอบด้วย อุปกรณ์หลักอย่างน้อย ได้แก่ แผง Solar และอินเวอร์เตอร์

(2) ตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการติดตั้ง โดยต้องติดตั้งระบบ Solar กับการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเท่านั้น

(3) ตรวจสอบวันที่ใบกำกับภาษีค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งโดยต้องระบุวันที่นับตั้งแต่วันที่เปิดลงทะเบียนรับสิทธิเงินสนับสนุนเป็นต้นไป

(4) ตรวจสอบวันที่ยื่นคำขอเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าโดยต้องยื่นภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2570 และได้รับการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2570

1.3) ประชาชนเลือกผู้ให้บริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) ซึ่งสามารถเลือกใช้บริการได้จาก 3 แหล่ง

(1) การไฟฟ้านครหลวง

(2) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

(3) ผู้ประกอบการติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จากบัญชีรายชื่อผู้ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (Approved Vendor List: AVL)

1.4) ผู้ให้บริการติดตั้งดำเนินการสำรวจสถานที่และประเมินขนาดติดตั้ง พร้อมทั้งประเมินราคา และตกลงราคากับประชาชน

1.5) ประชาชนเลือกแหล่งเงินทุน

ประชาชนสามารถเลือกแหล่งเงินทุนได้ 2 กรณี ดังนี้

(1) กรณีไม่กู้เงิน

ประชาชนจ่ายค่าติดตั้งให้ผู้ให้บริการติดตั้งเต็มจำนวน ทั้งนี้ การชำระค่าติดตั้งแต่ละงวด ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้ให้บริการติดตั้งแต่ละราย

(2) กรณีกู้เงิน

(2.1) ธนาคารจ่ายเงินค่าติดตั้งให้แก่ผู้ให้บริการติดตั้งเต็มจำนวน 

(2.2) ประชาชนรับภาระหนี้เงินกู้กับธนาคารในจำนวนเงินส่วนต่างจากค่าสนับสนุน

1.6) ผู้ให้บริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) :ติดตั้งตามมาตรฐานที่กำหนด 

1.7) การขออนุมัติเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย 

(1) ผู้ให้บริการติดตั้งหรือประชาชนต้องยื่นคำขอเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2570 และได้รับการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2570

(2) การไฟฟ้าจะตรวจสอบอุปกรณ์และมาตรฐานการเชื่อมต่อระบบ 

(3) การไฟฟ้าจะอนุมัติการเชื่อมต่อระบบ หากกรณีที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน และไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ผู้ประกอบการงานติดตั้งหรือประชาชนต้องกลับไปแก้ไข ทั้งนี้ ห้วงระยะเวลาต้องดำเนินการให้เป็นไปตามข้อ (1)

1.8) การเบิกจ่ายเงิน และโอนเงิน

(1) การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จัดทำข้อมูลประชาชนที่ได้รับการอนุมัติให้เชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายของการไฟฟ้า พร้อมข้อมูลแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการติดตั้ง นำส่งให้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

(2) กระทรวงมหาดไทยรวบรวมส่งให้กรมบัญชีกลางดำเนินการแทนเพื่อจ่ายเงินต่อไป โดยแบ่งการโอนเงินออกเป็น 2 กรณี

(2.1) กรณีประชาชนไม่กู้เงิน : จะโอนเงินผ่าน PromptPay ให้กับประชาชน จำนวน 50,000.00 บาท

(2.2) กรณีประชาชนกู้เงิน : จะโอนเงินให้ธนาคาร จำนวน 50,000.00 บาท

2) การวางเงินประกันผลงานของผู้ให้บริการติดตั้งระบบ (Bank Guarantee) จำนวน 50,000.00 บาทต่องาน ระยะเวลา 6 เดือน หากไม่สามารถส่งมอบงานภายในระยะเวลา 6 เดือน จะถูกยึด Bank Guarantee

3) การปล่อยสินเชื่อ ดำเนินการโดยสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยมีหลักเกณฑ์ รูปแบบ และเงื่อนไขการขอสินเชื่อของสถาบันการเงิน 

4) การขายไฟ กรณีมีไฟส่วนเกินประชาชนสามารถขายคืนให้การไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย โดยธนาคารจะหักเงินได้จากค่าขายไฟเพื่อชำระเงินต้นเป็นลำดับแรก ส่วนที่เหลือคืนประชาชน และให้ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในการกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไข และแนวทางการจ่ายเงินค่าสินเชื่อของผู้เข้าร่วมโครงการ Solar ภาคประชาชนที่ใช้สินเชื่อจากธนาคาร ให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง 

5) การบริหารความเสี่ยงโครงการ โครงการจัดทำแนวทางรองรับกรณีดำเนินการล่าช้าของผู้ให้บริการติดตั้ง โดยกำหนดให้ในการรับงานติดตั้ง Solar ผู้รับจ้างต้องวาง Bank Guarantee หากไม่สามารถส่งมอบงานภายในระยะเวลา 6 เดือน จะถูกยึด Bank Guarantee แนวทางนี้จะช่วยกำกับให้ผู้ติดตั้งดำเนินการ ด้วยความรวดเร็ว นอกจากนี้การเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า การไฟฟ้ามีการให้บริการในรูปแบบ One Stop Service ซึ่งลดระยะเวลาการดำเนินงานให้มีความรวดเร็วมากกว่าเดิม

5.8 หลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ

1) เป็นบุคคลธรรมดาผู้มีสัญชาติไทย

2) เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย

3) ติดตั้งระบบ Solar ขนาดไม่ต่ำกว่า 5 กิโลวัตต์สูงสุด และไม่เกิน 10 กิโลวัตต์สูงสุด ต่อ 1 มิเตอร์ (ติดตั้งใหม่ หรือติดตั้งเพิ่มจากระบบ Solar เดิม โดยระบบที่ติดตั้งเพิ่ม ต้องไม่น้อยกว่า 5 กิโลวัตต์สูงสุด และไม่เกิน 10 กิโลวัตต์สูงสุด โดยไม่นับรวมกับระบบ Solar ที่มีอยู่เดิม) โดยต้องประกอบด้วยอุปกรณ์หลักอย่างน้อย ได้แก่ แผง Solar และอินเวอร์เตอร์

4) ชื่อผู้ขอรับสิทธิต้องเป็นชื่อเดียวกับเจ้าของมิเตอร์ที่ติดตั้งระบบ Solar

5) การได้รับสิทธิเงินสนับสนุนสามารถใช้สิทธิได้ 1 ครั้งต่อราย ตลอดโครงการ

6) ต้องติดตั้งระบบ Solar กับการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเท่านั้น

7) ใบกำกับภาษีค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งต้องระบุวันที่นับตั้งแต่วันที่เปิดลงทะเบียนรับสิทธิเงินสนับสนุนเป็นต้นไป

8) ต้องยื่นคำขอเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2570 และได้รับการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2570

9) ไม่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบ Solar ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 805) พ.ศ. 2569 ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

10) ผู้ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐมีสิทธิได้รับเงินสนับสนุน แต่จะต้องไม่ขอรับสิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้าของสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐกับทุกหมายเลขมิเตอร์เป็นระยะเวลา 20 ปีนับแต่วันได้รับการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ และหมายเลขมิเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบ Solar จากเงินสนับสนุนจะไม่สามารถนำไปขอสิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้าของสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐได้อีกเป็นระยะเวลา 20 ปี นับแต่วันได้รับการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ

11) จำนวนเงินสนับสนุนค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบ Solar รายละ 50,000.00 บาท จำกัดไม่เกิน 1,000,000 ราย ทั่วประเทศไทย หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะครบตามที่ได้รับอนุมัติ

5.9 รายละเอียดของผู้ประกอบการติดตั้ง (Vendors)

1) หลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ประกอบการติดตั้ง (Vendors)

การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ประกอบการติดตั้ง (Vendor List) โดยตรวจสอบจากเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นขอขึ้นทะเบียนโดยใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ผ่านการขึ้นทะเบียนต้องมีคะแนนไม่น้อยกว่า ร้อยละ70 ซึ่งมีหัวข้อการพิจารณา ประกอบด้วย

(1) ทีมงานบริหารและวิศวกร

(2) ฐานะการเงิน

(3) ประสบการณ์ในรอบ 4 ปี

(4) ความน่าเชื่อถือ

2) จำนวนและความสามารถของผู้ประกอบการติดตั้ง (Vendors)

จำนวนผู้ให้บริการงานติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนไว้กับการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (โดยคัดเลือกรายชื่อที่ซ้ำกันแล้ว) คาดว่ามีจำนวนประมาณ 1,500 ราย โดยผู้ให้บริการ 1 ราย มีจำนวนทีมงานโดยเฉลี่ย 10 ทีม ดังนั้น ผู้ให้บริการมีจำนวนทีมรวม 15,000 ทีมโดยการติดตั้งระบบ Solar บ้าน 1 หลัง มีขั้นตอนที่ต้องใช้เวลา 3 วัน ดังนั้น 1 ทีม จะติดตั้งได้ 10 หลังต่อเดือน ถ้ามี 15,000 ทีม จะติดตั้งได้ 150,000 หลังต่อเดือน ระยะเวลาของโครงการนับตั้งแต่เปิดลงทะเบียนจนถึงยื่นขอขนานระบบไฟฟ้าจะมีระยะเวลารวมทั้งสิ้น 10 เดือน ดังนั้น ศักยภาพของผู้ให้บริการติดตั้งที่มีอยู่ จะสามารถติดตั้งได้เต็มที่จำนวน 1,500,000 หลัง จึงคาดว่าจะสามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายของโครงการได้

อย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเท่านั้นอาจมีปัจจัยภายนอกอื่นที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการติดตั้งของผู้ให้บริการได้

3) การกำกับดูแลผู้ประกอบการติดตั้ง (Vendors)

(1) ในโครงการนี้ กำหนดให้ผู้ให้บริการติดตั้งจะต้องใช้สัญญามาตรฐานที่การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนดขึ้น ในการทำสัญญากับประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งโครงการ

(2) กำหนดให้ผู้ให้บริการติดตั้งต้องวางหลักประกันสัญญา ทั้งในขั้นตอนของการติดตั้ง และขั้นตอนการบริการหลังการขาย

(3) การรับประกันและบริการหลังการขาย ผู้ให้บริการติดตั้งต้องกำหนดให้มีการรับประกันติดตั้ง 7 ปี บำรุงรักษาล้างแผง 7 ปี (ปีละ 1 ครั้ง) และประกันอัคคีภัย 7 ปี

4) การจัดทำสัญญามาตรฐาน

โครงการนี้ กำหนดให้ผู้ให้บริการติดตั้งจะต้องใช้สัญญามาตรฐานที่การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนดขึ้น ในการทำสัญญากับประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งโครงการ

5.10 คุณสมบัติของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) เช่น 

1) ขนาดติดตั้ง

ขนาดไม่ต่ำกว่า 5 กิโลวัตต์สูงสุด และไม่เกิน 10 กิโลวัตต์สูงสุดต่อ 1 มิเตอร์ (ติดตั้งใหม่ หรือติดตั้งเพิ่มจากระบบ Solar เดิม โดยระบบที่ติดตั้งเพิ่มต้องไม่น้อยกว่า 5 กิโลวัตต์สูงสุด และไม่เกิน 10 กิโลวัตต์สูงสุด โดยไม่นับรวมกับระบบ Solar ที่มีอยู่เดิม) โดยต้องประกอบด้วยอุปกรณ์หลักอย่างน้อย ได้แก่ แผง Solar และอินเวอร์เตอร์

2) การส่งเสริมอุตสาหกรรมและการลงทุนภายในประเทศ

การใช้อุปกรณ์ที่ผลิตภายในประเทศ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมการผลิตและประกอบแผง Solar ภายในประเทศในการรองรับการส่งเสริมและการขยายตัวของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยกรมศุลกากรจะดำเนินการพิจารณายกเว้นภาษีอากรนำเข้าวัตถุดิบที่นำมาใช้ผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ในระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับการบริโภคในประเทศ โดยคำนึงถึงความจำเป็น และปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจของประเทศเป็นสำคัญ

แนวทางส่งเสริมผู้ผลิตในประเทศ โครงการ Solar ภาคประชาชน มีแนวทางส่งเสริมการใช้วัตถุดิบชิ้นส่วน อุปกรณ์ และบริการที่ผลิตหรือดำเนินการโดยผู้ประกอบการภายในประเทศ เพื่อให้เม็ดเงินลงทุน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของประเทศควบคู่กับการคุ้มครองความปลอดภัยและผลประโยชน์ของประชาชน โดยองค์ประกอบที่มีศักยภาพ ในการผลิตหรือดำเนินการภายในประเทศ ประกอบด้วย โครงสร้างรองรับแผงและอุปกรณ์ยึดจับ สายไฟ ท่อและรางเดินสาย ตู้ควบคุมไฟฟ้า อุปกรณ์ประกอบการติดตั้ง ตลอดจนงานสำรวจ ออกแบบ ติดตั้ง รวมถึงการบำรุงรักษาและบริการหลังการขาย ที่สามารถมีการพัฒนานวัตกรรมโดยบุคลากรในประเทศเพื่อต่อยอดได้

3) ราคาของระบบ รวมทั้งอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

การไฟฟ้านครหลวง และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กำหนดคุณสมบัติและราคาค่าบริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) ชุดมาตรฐาน ขนาดติดตั้ง 5 กิโลวัตต์ 1 เฟส ในรูปแบบราคาแพ็กเกจ ราคาไม่เกิน 140,000 บาท (รวม VAT) เพื่อเป็นมาตรฐานให้ประชาชนเปรียบเทียบและตัดสินใจเลือกรับบริการ อย่างไรก็ตาม ประชาชนสามารถเลือกติดตั้งระบบ Solar ที่มีคุณสมบัติและราคาสูงกว่าชุดมาตรฐานที่กำหนดได้ ทั้งจากการไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือผู้ให้บริการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

โดยราคาดังกล่าวเป็นค่าบริการติดตั้งแบบครบวงจร ครอบคลุมงานสำรวจ ออกแบบ ติดตั้งอุปกรณ์แผงเซลล์แสงอาทิตย์ อินเวอร์เตอร์ โครงสร้างรองรับและอุปกรณ์ยึดแผงบนหลังคา สายไฟฟ้าและทางเดินสาย อุปกรณ์เชื่อมต่อ ตู้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้าที่จำเป็นตามแบบมาตรฐาน ทดสอบและเชื่อมต่อระบบ การขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการรับประกันระบบ ประกันอัคคีภัย และบริการหลังการขาย ทั้งนี้ ไม่รวมแบตเตอรี่ งานปรับปรุงหรือเสริมความแข็งแรงของหลังคาและโครงสร้างอาคาร งานปรับปรุงระบบไฟฟ้าเดิม และงานหรืออุปกรณ์เพิ่มเติมนอกเหนือจากขอบเขตการติดตั้งพื้นฐาน หากผลการสำรวจพบว่าจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติม ต้องมีการแจ้งรายละเอียดและค่าใช้จ่ายเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนตกลงดำเนินการ

ทั้งนี้ การกำหนดราคาในการให้บริการดังกล่าว เป็นการกำหนดราคาจากการประมาณการค่าใช้จ่ายที่อ้างอิงจากประมาณการราคาต้นทุนอุปกรณ์จากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของผู้ผลิตที่เป็นไปตามกลไกตลาด รวมถึงต้นทุนการดำเนินงานของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคภายใต้คุณสมบัติและมาตรฐานเดียวกัน โดยราคาสุทธิของแต่ละสถานที่ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และขอบเขตงานตามผลการสำรวจ

4) รูปแบบและมาตรฐานการติดตั้ง

การออกแบบและติดตั้งระบบต้องเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย รวมถึงมาตรฐานการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และข้อกำหนดของการไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง 

5) เงื่อนไขบริการหลังการขาย

(1) การรับประกัน : รับประกันงานติดตั้ง 7 ปี และประกันอัคคีภัย 7 ปี

(2) บริการหลังการขาย : บริการล้างแผง 7 ปี ปีละ 1 ครั้ง ตามรอบการบำรุงรักษา

6. ประโยชน์และผลกระทบ

โครงการ Solar ภาคประชาชน จะส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) เพิ่มการใช้พลังงานสะอาดและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานให้สามารถรองรับพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนได้อย่างมีเสถียรภาพ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล รวมถึงช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: