เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการจ้างฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพแรงงานเพื่อการออกแบบติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ รองรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี วงเงิน 972,213,300 บาท โดยขอจัดสรรงบประมาณภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ตั้งเป้าฝึกอบรมแรงงาน 32,000 คน ให้พร้อมทำงานในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดที่กำลังขยายตัว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการขอรับการจัดสรรงบประมาณภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการจ้างฝึกอบรม พัฒนาศักยภาพแรงงานเพื่อการออกแบบติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์รองรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี งบประมาณ 972,213,300 บาท ตามที่กระทรวงแรงงาน (รง.) เสนอ
สาระสำคัญของเรื่อง
1. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิกฤตพลังงานระดับโลก ส่งผลให้ประเทศไทยต้องเร่งขับเคลื่อนนโยบายการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Transition) ไปสู่พลังงานสะอาด เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2608 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Economy) ของประเทศ ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) ซึ่งมีอัตราการขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และภาคครัวเรือน ทั้งในรูปแบบระบบบนหลังคา (Solar Rooftop) ระบบลอยน้ำ (Solar Floating) และระบบฟาร์มแสงอาทิตย์ (Solar Farm)
2. ปัจจุบัน เทคโนโลยีระบบพลังงานแสงอาทิตย์มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และระบบการบริหารจัดการพลังงาน อัจฉริยะ (Smart Energy Management System) เข้ามาประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้สถานประกอบการมีความต้องการกำลังแรงงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งด้านการวิเคราะห์ความคุ้มค่า การออกแบบโครงสร้างและระบบไฟฟ้า การติดตั้งตามมาตรฐานวิศวกรรมความปลอดภัย การเชื่อมต่อสายส่ง ตลอดจนการบำรุงรักษา อย่างไรก็ดี กำลังแรงงานในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังขาดทักษะเชิงลึกในการบริหารจัดการระบบที่มีความซับซ้อนและขาดการรับรองสมรรถนะตามมาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้าและอาคาร ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยง ต่อชีวิต ทรัพย์สิน และประสิทธิภาพการผลิตพลังงานในระยะยาว
3. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีภารกิจส่งเสริมและยกระดับสมรรถนะกำลังแรงงานของประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องจัดทำโครงการจ้างฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพแรงงานเพื่อการออกแบบติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์รองรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี เพื่อยกระดับทักษะ (Up-skill & Re-skill) กำลังแรงงาน ช่างชุมชน ผู้ประกอบการ และบุคลากรภาคอุตสาหกรรม ให้มีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานความปลอดภัยและระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี เสริมสร้างความปลอดภัยในการทำงาน ลดต้นทุนพลังงานแก่ภาคธุรกิจ และสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ประโยชน์และผลกระทบ
โครงการจ้างฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพแรงงานเพื่อการออกแบบติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์รองรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในมิติของการพัฒนาศักยภาพแรงงาน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยในด้านผลประโยชน์ทางตรง โครงการช่วยยกระดับความรู้ ทักษะ และสมรรถนะของแรงงานในภาคการผลิต ภาคบริการ และผู้ประกอบการ ให้สามารถปรับตัวและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ตลอดจนมีความพร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด สามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับหน้าที่และลักษณะงาน เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ การมีงานทำและการสร้างรายได้อย่างมั่นคงในด้านผลประโยชน์ทางอ้อมและความคุ้มค่าในระยะยาว การลงทุนในการพัฒนาทักษะแรงงานถือเป็นการลงทุนในทุนมนุษย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากแรงงานสามารถนำองค์ความรู้และทักษะไปใช้ประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว รวมทั้งมีส่วนสนับสนุนการขยายตัวของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ผลการดำเนินโครงการและข้อมูลที่ได้ยังสามารถนำไปใช้เป็นฐานในการวางแผนขยายผลและกำหนดแนวทางหรือนโยบายด้านการพัฒนากำลังคนและการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศในอนาคตได้อย่างเหมาะสม
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

