จับตา: สปสช. แนะ 3 วิธีผู้ป่วยบัตรทองใช้สิทธิ 30 บาทรักษาทุกที่ง่ายๆ ที่ร้านยาและคลินิก

กองบรรณาธิการ TCIJ 15 ก.พ. 2569 | อ่านแล้ว 5 ครั้ง



สปสช. แนะ 3 วิธียืนยันตัวตนสำหรับผู้ป่วยบัตรทอง ใช้สิทธิ 30 บาทรักษาทุกที่ง่ายๆ ที่ร้านยาและคลินิก กรณีสแกนใบหน้าหรือ QR Code ไม่ผ่าน ให้ยืนยันตัวตนด้วย ‘บัตรประชาชน’ เข้ารับบริการได้ตามสิทธิ

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า หลังมีการปรับระบบหน่วยนวัตกรรมร้านยาและคลินิกตามแนวทางใหม่ ให้ยืนยันสิทธิด้วยการสแกนใบหน้า และจองสิทธิผ่าน QR Code ที่ได้จากไลน์ OA สปสช. ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2569 เป็นต้นมา ก็มีการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำกลับมาพัฒนาระบบและบริการให้เกิดความสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น

โดยล่าสุด ได้ปรับวิธีการยืนยันตัวตนเข้ารับบริการที่ร้านยาและคลินิก ในโครงการหน่วยนวัตกรรม 30 บาทรักษาทุกที่ เป็น 3 วิธี ด้วยขั้นตอนง่ายๆ วิธีที่ 1 สแกนใบหน้า Walk in ไปที่ร้านยา/คลินิก แจ้งความประสงค์ใช้สิทธิบัตรทอง จากนั้นหน่วยบริการจะตรวจสอบสิทธิผ่านบัตรประชาชนหรือเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ให้ผู้ใช้สิทธิอ่านและให้ความยินยอมการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล สแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนในระบบ และเข้ารับบริการได้ตามขั้นตอน

วิธีที่ 2 QR Code จากการจองคิวผ่านไลน์ OA สปสช. (ไลน์ไอดี @nhso) ให้พิมพ์ค้นหาด้วยไลน์ไอดี @nhso เพื่อเป็นเพื่อนกับไลน์ OA สปสช. เลือกเมนู “30 บาทรักษาทุกที่” ใช้บริการนวัตกรรม เข้าสู่บริการสำหรับประชาชนสิทธิ UC ยืนยันตัวตนด้วย ThaiD เลือกจองบริการ/ตรวจสอบบริการ จากนั้นทำตามขั้นตอน ระบบจะตรวจสอบพร้อมออก QR Code ให้ และให้นำ QR Code ไปยื่นที่ร้านยา/คลินิก 30 บาทรักษาทุกที่ เข้ารับบริการได้ทันที และ วิธีที่ 3 หากสแกนใบหน้าหรือ QR Code ไม่ผ่าน ให้ยืนยันตัวตนด้วย ‘บัตรประชาชน’ เข้ารับบริการได้ตามสิทธิ

ทั้งนี้ สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีที่ไม่มีบัตรประชาชน ผู้ปกครองสามารถจองคิวผ่านไลน์ OA สปสช. เลือก เพิ่มบุคคลในครอบครัว หากไม่สะดวก สามารถ Walk in ไปที่ร้านยาหรือคลินิก โดยใช้บัตรประชาชนของผู้ปกครอง

“ระบบยืนยันตัวตนดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการใช้สิทธิแทนกัน เพิ่มความถูกต้องในการให้บริการและการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเป็นบริการทางเลือกเสริมบัตรทอง ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพใกล้บ้านได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วน” ทพ.อรรถพร กล่าวย้ำ

สำหรับหน่วยนวัตกรรมที่ขึ้นทะเบียนร่วมจัดบริการกับ สปสช. แล้ว ขณะนี้มีทั้งสิ้น 7,926 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นประเภทคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ 2,583 แห่ง จากที่มีทั้งหมด 5,812 แห่ง (คิดเป็น44%), ร้านยาคุณภาพ 2,569 แห่ง จากทั้งหมด 5,477 แห่ง (คิดเป็น 47%), คลินิกการแพทย์แผนไทย 597 แห่ง จากทั้งหมด 932 แห่ง (คิดเป็น 64%), คลินิกกายภาพบำบัด 220 แห่ง จากทั้งหมด 378 แห่ง (คิดเป็น 58%), คลินิกทันตกรรม 1,319 แห่ง จากทั้งหมด 2,017 แห่ง ( คิดเป็น 65%), คลินิกเวชกรรม 515 แห่ง จากทั้งหมด 970 แห่ง (คิดเป็น 53%), และ คลินิกเทคนิคการแพทย์ 123 แห่ง จากทั้งหมด 332 แห่ง (คิดเป็น 37%)

ทั้งนี้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อร้านยาและคลินิกที่เข้าร่วมได้ที่เว็บไซต์ สปสช. https://media.nhso.go.th/30plus/map_responsive.php

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: