ผลสำรวจ Zero Corruption พบคนระบุซื้อเสียงสูงสุด 7,500 บาทต่อหัว ต่ำสุด 100 บาท ค่าเฉลี่ย 985.02 บาท

กองบรรณาธิการ TCIJ 22 ม.ค. 2569 | อ่านแล้ว 263 ครั้ง

ผลสำรวจ Zero Corruption พบคนระบุซื้อเสียงสูงสุด 7,500 บาทต่อหัว ต่ำสุด 100 บาท ค่าเฉลี่ย 985.02 บาท

ผลสำรวจโครงการ “Zero Corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน” สำรวจ ภาคประชาชน 3,043 ตัวอย่าง และ ภาคธุรกิจ 1,771 ตัวอย่าง รวมทั้งสิ้น 4,814 ตัวอย่างทั่วประเทศ พบคนระบุซื้อเสียงสูงสุด 7,500 บาทต่อหัว ต่ำสุด 100 บาท ค่าเฉลี่ย 985.02 บาท

สำนักข่าวไทย รายงานเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ว่า รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำสภามหาวิทยาลัย และอดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะผู้จัดทำผลการสำรวจ ภายใต้โครงการ “Zero Corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน” เปิดเผยว่า กรณีผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนและภาคธุรกิจเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อเสียงในการเลือกตั้งปี 2569 ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงในสังคม โดยเฉพาะตัวเลขค่าสูงสุด 7,500 บาทต่อหัว ขอย้ำว่า การตีความผลสำรวจควรตั้งอยู่บนค่าเฉลี่ยและจำนวนคำตอบซึ่งพบมากที่สุด ซึ่งสะท้อนสถานการณ์จริงมากกว่าการโฟกัสเพียงตัวเลขมากที่สุดหรือน้อยที่สุด

การสำรวจครั้งนี้ดำเนินการระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568 – 12 มกราคม 2569 ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างทั้ง ภาคประชาชน 3,043 ตัวอย่าง และ ภาคธุรกิจ 1,771 ตัวอย่าง รวมทั้งสิ้น 4,814 ตัวอย่างทั่วประเทศ โดยมีการกระจายกลุ่มตัวอย่างตามภูมิภาคอย่างเป็นสัดส่วน

ทั้งนี้ตัวเลข 7,500 บาท เป็นค่าสูงสุด (Maximum) จากคำตอบของผู้ตอบแบบสอบถาม เพียง 1 คน จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดซึ่งไม่ได้ใช้แทนพฤติกรรมโดยรวมของประชาชนส่วนใหญ่ได้ ขณะที่ค่าต่ำสุดของการคาดการณ์เงินซื้อเสียงอยู่ที่ 100 บาท เมื่อคำนวณค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ อยู่ที่ประมาณ 985 บาทต่อคน ส่วนจำนวนเงินที่มีผู้ตอบมากที่สุด (ความถี่สูงสุด) อยู่ที่ระดับ 1,000 บาท

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า พฤติกรรมที่พบโดยทั่วไปยังคงอยู่ในระดับหลักพันบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนภาพรวมของสถานการณ์ได้

สำหรับตัวเลข 7,500 บาทนั้น เป็นคำตอบเชิงคาดการณ์จากผู้ตอบเพียงรายเดียวในพื้นที่กทม. โดยการรายงาน ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด และค่าเฉลี่ย เป็นหลักปฏิบัติตามมาตรฐานงานวิจัย และเคยปรากฏตัวเลขค่าสูงสุดในระดับใกล้เคียงกันมาแล้วในการสำรวจการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนหน้านี้

แบบสอบถามไม่ได้สอบถามถึงการ “จ่ายเงินจริง” แต่เป็นการถามถึงการ คาดการณ์ว่าหากมีการซื้อเสียง จะอยู่ในระดับใด ซึ่งสะท้อนการรับรู้ของสังคมต่อปัญหานี้ มากกว่าการยืนยันว่า มีการกระทำผิดกฎหมายเกิดขึ้นแล้ว

รศ.ดร.เสาวณีย์ ระบุว่า ประเด็นที่นักวิจัยต้องการให้สังคมให้ความสำคัญคือ การที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังสะท้อนถึงปัญหาการซื้อเสียงมีอยู่ในระบบการเลือกตั้ง ซึ่งควรถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อเสริมมาตรการป้องกันและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

พร้อมกันนี้ การที่ผลสำรวจดังกล่าวถูกนำมาถกเถียงในวงกว้าง ควรถูกมองในเชิงบวก เพราะช่วยกระตุ้นให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการเลือกตั้ง เพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส และลดแรงจูงใจในการทุจริต

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: