ตรวจฟาร์มกัญชากลางเมืองกระบี่​ ใช้นอมินีอำพรางทุนต่างชาติ

กองบรรณาธิการ TCIJ 23 ม.ค. 2569 | อ่านแล้ว 125 ครั้ง

ตรวจฟาร์มกัญชากลางเมืองกระบี่​ ใช้นอมินีอำพรางทุนต่างชาติ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึกกำลังบุกตรวจฟาร์มกัญชา จ.กระบี่ พบพฤติการณ์ใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวใช้บริการเสพกัญชาในสถานที่อย่างไม่เหมาะสม เบื้องต้นสั่งพักใช้ใบอนุญาต 60 วัน และอยู่ระหว่างขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมาย

25 มกราคม 2569 สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ หม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีฯ นำคณะทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่, ตำรวจภูธรจังหวัด, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, ตำรวจท่องเที่ยว, ฝ่ายปกครอง, สาธารณสุขจังหวัด, สรรพากร, จัดหางาน และพาณิชย์จังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในตำบลไสไทย อำเภอเมืองกระบี่

บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนเมื่อเดือนมีนาคม 2566 โดยระบุว่ามีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย 100% แต่ต่อมาได้มีการเปลี่ยนโครงสร้างให้ชาวอิสราเอลเข้ามาเป็นกรรมการและถือหุ้นร่วมกับคนไทยในสัดส่วน 59:41 พร้อมเพิ่มทุนจาก 4 ล้านบาท เป็น 6 ล้านบาท โดยประกอบกิจการผลิต–จำหน่าย–ส่งออก และแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า รายงานการเงินปี 2567 ระบุมีรายได้กว่า 2.39 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 400,000 บาท

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าบริษัทมีการดัดแปลงพื้นที่สำนักงานเป็นฟาร์มปลูกกัญชาในระบบปิด ควบคุมแสง–อุณหภูมิ–ความชื้น พร้อมอุปกรณ์แปรรูปและจัดจำหน่าย มีบริการให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมหรือฟาร์มทัวร์และเสพกัญชาภายในสถานที่ อีกทั้งยังจำหน่ายกัญชาผ่านช่องทางออนไลน์–เดลิเวอรี่ รวมถึงพบสินค้าประเภทเครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ วางจำหน่ายร่วมด้วย

นอกจากนี้ ยังตรวจพบว่าบริษัทมีการสกัดสารกัญชาที่มีค่า THC เกินกว่าร้อยละ 0.2 ซึ่งเข้าข่ายยาเสพติด ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ส่งผลให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการเป็นเวลา 60 วัน และอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม

คณะทำงานได้ติดตามพฤติการณ์ของบริษัทมานานกว่า 2 เดือน พบการอำพรางการถือหุ้นอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นด้วยการให้คนไทยถือหุ้นทั้งหมด ก่อนเปลี่ยนโครงสร้างภายหลัง โดยเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปถึงบัญชีของบริษัททนายความในจังหวัดกระบี่ ซึ่งพบเงินหมุนเวียนกว่า 40 ล้านบาท อยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบบริษัทในเครือข่าย

ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้รวม 4 ราย ในความผิดเกี่ยวกับการให้การสนับสนุนคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

นายพูนพงษ์ ย้ำว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ความสำคัญกับการปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างเข้มงวด เพราะเป็นพฤติกรรมที่บิดเบือนโครงสร้างเศรษฐกิจ สร้างความเสียเปรียบแก่ผู้ประกอบการไทย และอาจกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว หากพบการกระทำผิด จะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมเดินหน้าตรวจสอบทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กรมฯ ได้ฝากเตือนคนไทยที่ตกลงให้ความช่วยเหลือชาวต่างชาติในการถือหุ้นแทนหรืออำพรางการประกอบธุรกิจ ว่าอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย และควรหยุดพฤติกรรมดังกล่าวทันที

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: