พีมูฟผนึกกำลัง 5 ภูมิภาค เปิดมหกรรม “โฉนดชุมชน”

กองบรรณาธิการ TCIJ 24 ม.ค. 2569 | อ่านแล้ว 28 ครั้ง

พีมูฟผนึกกำลัง 5 ภูมิภาค เปิดมหกรรม “โฉนดชุมชน”

พีมูฟรวมพลังเครือข่ายอีสาน ใต้ เหนือ ตะวันตก และ กทม. จัดเวทีมหกรรมโฉนดชุมชน ชูการจัดการที่ดินโดยชุมชนเป็นทางออกความเหลื่อมล้ำ ท่ามกลางวิกฤตการผูกขาดทรัพยากรโดยรัฐและทุนขนาดใหญ่ พร้อมเชิญชวน 8 กุมภา กาเห็นชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญปัจจุบัน คือเครื่องมือที่ทำให้ความอยุติธรรมดำรงอยู่ การปฏิรูปที่ดินโดยชุมชน จะไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากยังอยู่ภายใต้กรอบกติกาที่ปิดกั้นเสียงของประชาชน และไม่รับรองสิทธิชุมชนอย่างแท้จริง การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชน จึงเป็นกุญแจสำคัญในการรื้อโครงสร้างอำนาจที่ไม่เป็นธรรม

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) จัดเวที “มหกรรมโฉนดชุมชน” เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนบทเรียนการต่อสู้และประสบการณ์การบริหารจัดการที่ดินตามแนวทางโฉนดชุมชนของเครือข่ายสมาชิกพีมูฟจากทั่วประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งด้านที่ดินและทรัพยากรที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เวทีดังกล่าวจัดขึ้น ณ ป่าชุมชนบ้านห้วยหินดำ ตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี บนพื้นที่ของ เครือข่ายกะเหรี่ยงตะวันตกเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หนึ่งในสมาชิกพีมูฟ ซึ่งเป็นตัวอย่างรูปธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ที่ยืนหยัดปกป้องผืนป่า ทรัพยากร และวิถีชีวิตของตนเอง ท่ามกลางแรงกดดันจากนโยบายรัฐและการขยายตัวของทุน

ภายในงานมีการเสวนาแลกเปลี่ยนจากเครือข่ายประชาชนที่ต่อสู้เรื่องสิทธิในที่ดินจาก ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร (เครือข่ายสลัมสี่ภาค) เพื่อสะท้อนให้เห็นภาพร่วมกันว่า “โฉนดชุมชน” คือกลไกการกระจายอำนาจการจัดการที่ดินจากรัฐส่วนกลาง คืนสู่มือประชาชน เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านที่ดิน สร้างความมั่นคงทางอาหาร คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ และธำรงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้คนในสังคม

ผู้เข้าร่วมเวทีย้ำตรงกันว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา นโยบายการจัดการที่ดินแบบรวมศูนย์ของรัฐ ได้เปิดช่องให้ทุนขนาดใหญ่เข้าครอบครองทรัพยากร ขณะที่ประชาชนผู้ยากไร้และชุมชนดั้งเดิมกลับถูกผลักให้กลายเป็น “ผู้บุกรุก” บนผืนแผ่นดินที่ตนเองอาศัย ทำกิน และดูแลสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

เวทีมหกรรมโฉนดชุมชนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเวทีวิชาการ หากแต่เป็น การประกาศจุดยืนทางการเมืองของขบวนการประชาชน ว่าการจัดการที่ดินโดยชุมชนคือทางออกของสังคมที่เป็นธรรม และเป็นหลักประกันว่าทรัพยากรจะไม่ถูกผูกขาดโดยรัฐหรือทุนเพียงไม่กี่กลุ่ม

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา นโยบายการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติของรัฐไทยถูกออกแบบและบังคับใช้ภายใต้โครงสร้างอำนาจแบบรวมศูนย์ เปิดทางให้ทุนขนาดใหญ่และกลุ่มอิทธิพลเข้าครอบครองผืนดิน ป่าไม้ และทรัพยากรของประเทศ ขณะที่ประชาชนผู้ยากไร้ ชุมชนดั้งเดิม รวมทั้งคนจนเมือง และกลุ่มชาติพันธุ์ กลับถูกทำให้กลายเป็น “ผู้บุกรุก” บนแผ่นดินที่ตนเองอยู่อาศัย ทำกิน และดูแลรักษามาอย่างยาวนาน

พีมูฟจึงยืนยันจะเดินหน้าผลักดัน โฉนดชุมชนให้เป็นนโยบายที่มีผลในทางปฏิบัติจริง ไม่ใช่เพียงถ้อยคำในเอกสารหรือคำสัญญาทางการเมือง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการผลักภาระความล้มเหลวของการปฏิรูปที่ดินมาที่ประชาชน และหันมายอมรับ รับรอง และคุ้มครองสิทธิชุมชนอย่างจริงจัง

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: