ดัน 'ห้องเรียนปลอดฝุ่น' ปกป้องเด็กปฐมวัยจาก PM 2.5 ปี 2569 นำร่อง 2,000 ห้อง

กองบรรณาธิการ TCIJ 24 ม.ค. 2569 | อ่านแล้ว 51 ครั้ง

ดัน 'ห้องเรียนปลอดฝุ่น' ปกป้องเด็กปฐมวัยจาก PM 2.5 ปี 2569 นำร่อง 2,000 ห้อง

สปสช. ผนึกพลังภาคี ดัน “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ปกป้องเด็กปฐมวัยจาก PM 2.5 ปี 2569 นำร่อง 2,000 ห้อง พร้อมตั้งเป้าครบ 8,000 ห้อง ใน 3 ปี

24 มกราคม 2569 สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพสำคัญของเด็กปฐมวัย โดยเฉพาะเด็กอายุ 3–5 ปี ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) ซึ่งเป็นวัยที่ร่างกาย ระบบทางเดินหายใจ และสมองยังอยู่ระหว่างการพัฒนา หากได้รับมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อสุขภาพและพัฒนาการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จึงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ห้องเรียนปลอดฝุ่นสำหรับเด็กเล็ก” ผ่านการผนึกกำลังร่วมกันของหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านสุขภาพ การศึกษา ท้องถิ่น และชุมชน เพื่อสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่ปลอดภัยให้กับเด็กปฐมวัยทั่วประเทศ

นางสาวดวงนภา พิเชษฐ์กุล รองเลขาธิการ สปสช. เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง สสส. สปสช. กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ครู ผู้ปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนมีบทบาทร่วมกัน ตั้งแต่การวางแผน การจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียน ไปจนถึงการดูแลสุขภาพเด็กอย่างต่อเนื่อง

“เด็กอายุ 3–5 ปี ใช้เวลาอยู่ในห้องเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นเวลานาน หากไม่มีระบบป้องกันฝุ่น PM2.5 ที่เหมาะสม ย่อมเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ และอาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้ การสร้างห้องเรียนปลอดฝุ่นจึงไม่ใช่แค่เรื่องอุปกรณ์ แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของเด็กและประเทศ” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจำนวนมากยังขาดแคลนเครื่องกรองอากาศหรือห้องอากาศสะอาด (Cleaner Air Shelter) สปสช. จึงใช้กลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น (กปท.) สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่นได้ โดยตั้งเป้านำร่องปีแรก 2,000 ห้อง และขยายผลให้ครบ 8,000 ห้อง ภายใน 3 ปี

“ความสำเร็จของโครงการนี้ ไม่ได้อยู่ที่จำนวนห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การมีส่วนร่วมของครู ผู้ปกครอง และชุมชน ที่ช่วยกันดูแล ปรับพฤติกรรม และสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับเด็ก เพื่อให้เด็กปฐมวัยสามารถเรียนรู้และเติบโตได้อย่างปลอดภัย แม้ในช่วงที่ต้องเผชิญวิกฤติฝุ่น PM2.5” นางสาวดวงนภา กล่าว

ทั้งนี้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนทั่วประเทศ ที่สนใจให้ศูนย์ของท่านเป็นพื้นที่ต้นแบบห้องเรียนปลอดฝุ่น สามารถติดต่อได้ที่ อบต./เทศบาล ในพื้นที่ต่างจังหวัด ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ ติดต่อได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่ หรือติดต่อที่ สปสช. เขต 1-13 ทั่วประเทศ แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่น หลังจากนั้นจะเข้าสู่การดำเนินการต่อไป หรือสอบถามเพิ่มเติมสายด่วน สปสช. 1330

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: