7 วัน (28 ก.พ.-6 มี.ค.) สงครามอิหร่าน เกิดอะไรขึ้นบ้าง

กองบรรณาธิการ TCIJ 7 มี.ค. 2569 | อ่านแล้ว 97 ครั้ง


ตั้งแต่ 'สหรัฐฯ-อิสราเอล' โจมตี 'อิหร่าน' ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. จนถึงวันที่ 6 มี.ค. 2026 มีเหตุการณ์สำคัญ ๆ อะไรเกิดขึ้นบ้าง

28 กุมภาพันธ์ 2026

การโจมตีอิหร่านระลอกแรกของสหรัฐฯ และอิสราเอล

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เวลา 15.38 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ฝั่งตะวันออก (23.08 น. ตามเวลาอิหร่าน) โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ซึ่งขณะนั้นอยู่บนเครื่องบิน Air Force One มุ่งหน้าสู่เมืองคอร์ปัสคริสตีในรัฐเท็กซัส สั่งเดินหน้าปฏิบัติการ "Epic Fury" การโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเริ่มขึ้นในเช้าวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ราว 9.45 น. ตามเวลาอิหร่าน (1.15 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ฝั่งตะวันออก) ต้องบอกว่าวันเสาร์ในอิหร่านเป็นวันแรกของสัปดาห์และเป็นวันทำงานปกติ สหรัฐฯ ใช้ทั้งขีปนาวุธ โดรน และเครื่องบินขับไล่ของอิสราเอลในการโจมตี โดรนโจมตีแบบใช้ครั้งเดียวราคาถูกที่วิศวกรรมย้อนกลับมาจากโดรน Shahed 136 ของอิหร่าน ภายใต้หน่วยรบ Task Force Scorpion Strike ถูกนำมาใช้ในสนามรบจริงเป็นครั้งแรก ฝ่ายอิสราเอลตั้งชื่อปฏิบัติการนี้ว่า "สิงโตคำราม" หรือ Operation Roaring Lion

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือย่านถนนปาสเตอร์ในกรุงเตหะราน ซึ่งเป็นที่ประทับของอาลี คาเมเนอี (Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดอิหร่าน รวมถึงทำเนียบประธานาธิบดีและสภาความมั่นคงแห่งชาติ รายงานเบื้องต้นระบุว่ามีขีปนาวุธอย่างน้อย 7 ลูกพุ่งเข้าใส่พื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นปฏิบัติการร่วมกับสหรัฐฯ กองทัพอากาศอิสราเอลแถลงว่าโจมตีเป้าหมายทางทหาร 500 จุดในภาคตะวันตกและภาคกลางของอิหร่าน ทั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศและฐานยิงขีปนาวุธ โดยใช้เครื่องบินขับไล่ราว 200 ลำ ถือเป็นปฏิบัติการบินรบครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อิสราเอล

นอกจากการโจมตีทางกายภาพแล้ว อิสราเอลยังเปิดศึกไซเบอร์พร้อมกัน โจมตีโครงสร้างพื้นฐาน สื่อ และแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ของอิหร่าน พร้อมส่งข้อความเรียกร้องให้ชาวอิหร่านลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาล แอปปฏิทินสวดมนต์ยอดนิยม BadeSaba Calendar ที่มียอดดาวน์โหลดกว่า 5 ล้านครั้ง ถูกแฮ็กในเช้าวันนั้น โดยส่งการแจ้งเตือนเป็นภาษาเปอร์เซียเรียกร้องให้ทหารและประชาชนแปรพักตร์ วางอาวุธ และเข้าร่วมกับฝ่ายต่อต้าน ข้อความระบุว่า "ความช่วยเหลือมาถึงแล้ว" และ "ถึงเวลาชำระบัญชีแล้ว" การโจมตีไซเบอร์ทำให้อินเทอร์เน็ตในอิหร่านล่มเกือบทั้งหมด ยาวนานกว่า 60 ชั่วโมง สัญญาณอินเทอร์เน็ตเหลือเพียง 1-4% ของระดับปกติ ส่งผลกระทบต่อการสื่อสารของรัฐบาล สื่อของรัฐ และบริการสาธารณะ

หลังจากนั้นอิสราเอลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากคาดว่าอิหร่านจะโจมตีตอบโต้ ไซเรนดังทั่วอิสราเอล รัฐบาลเตือนประชาชนให้อยู่ในพื้นที่หลบภัย ทรัมป์เตือนว่าอาจมีชาวอเมริกันเสียชีวิต กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลย้ายปฏิบัติการโรงพยาบาลลงใต้ดิน ตามรายงานของ Iran International อิสราเอลเตือนพลเรือนอิหร่านที่อาศัยใกล้โรงงานอุตสาหกรรมทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานให้อพยพทันที โดยระบุว่า "การอยู่ในพื้นที่เหล่านี้เป็นอันตรายต่อชีวิตของคุณ"

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่าปฏิบัติการโจมตีหลายสิบครั้งดำเนินการโดยเครื่องบินจากฐานทัพทั่วตะวันออกกลางและจากเรือบรรทุกเครื่องบิน 1 ลำหรือมากกว่า เจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลเผยว่าปฏิบัติการนี้ผ่านการวางแผนมาหลายเดือน ทำให้สามารถระบุเป้าหมายได้แม่นยำ สร้าง "ความประหลาดใจทางยุทธวิธี" และได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ การเลือกโจมตีในตอนเช้าแทนที่จะเป็นกลางคืนอย่างที่อิสราเอลเคยทำกับอิหร่านก่อนหน้านี้ ยิ่งเพิ่มความไม่ทันตั้งตัว อาวุธที่อิสราเอลใช้รวมถึงขีปนาวุธ Black Sparrow ที่ยิงจากเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุด ยิงจากเครื่อง F-15 อิสราเอลเปิดเผยภายหลังว่าการโจมตีระลอกแรกใช้ระเบิดมากกว่า 1,200 ลูกภายใน 24 ชั่วโมง เรือรบของอิหร่านก็ถูกโจมตีด้วยเช่นกัน

สื่อของรัฐอิหร่านรายงานว่าอาคารกีฬาแห่งหนึ่งในเมืองลาเมิร์ดถูกโจมตีขณะที่เด็กหญิงกำลังฝึกซ้อมกีฬา มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 18 คน ระบบสื่อสารทั่วกรุงเตหะรานใช้งานไม่ได้หลังการโจมตี และ Netblocks รายงานว่าอินเทอร์เน็ตล่มเกือบทั้งประเทศ BBC รายงานว่าสำนักงานของคาเมเนอีและทำเนียบประธานาธิบดีของมัสอูด เปเซชเกียน (Masoud Pezeshkian) ในเตหะรานถูกโจมตี สำนักข่าว Reuters อ้างเจ้าหน้าที่อิสราเอลรายหนึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่าพบร่างของคาเมเนอีแล้ว ยืนยันว่าเสียชีวิต

โฆษกกองกำลังระดมพลประชาชนอิรักแถลงว่านักรบ 2 นายเสียชีวิตและอีก 3 นายได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีที่เมืองจูร์ฟ อัลซัคร์ ทางใต้ของกรุงแบกแดด Iran International อ้าง สำนักข่าว Iranian Students' News Agency รายงานว่ากำลังพลกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) หลายพันนายรวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากการโจมตีฐานทัพหลายแห่ง นอกจากนี้ยังรายงานว่าเมืองท่าบูเชห์รถูกโจมตีด้วย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ได้รับความเสียหายหรือไม่ ราฟาเอล มาริอาโน กรอสซี (Rafael Mariano Grossi) หัวหน้าหน่วยเฝ้าระวังนิวเคลียร์ของ UN ระบุว่ายังไม่พบหลักฐานว่าสถานที่นิวเคลียร์ถูกโจมตี

อิสราเอลเรียกกำลังสำรอง 20,000 นายเพิ่มเติม นอกเหนือจาก 50,000 นายที่ประจำการอยู่แล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2026 มีการยืนยันว่ามันซูเรห์ โคจาสเตห์ บาเกอร์ซาเดห์ (Mansoureh Khojasteh Bagherzadeh) ภรรยาของคาเมเนอี เสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บที่ได้รับในการโจมตีครั้งนี้เช่นกัน

แถลงการณ์ของผู้นำสหรัฐฯ และอิสราเอลเกี่ยวกับเป้าหมายการโจมตี

เมื่อเวลา 2.30 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ฝั่งตะวันออก ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ทรัมป์เผยแพร่แถลงการณ์วิดีโอความยาว 8 นาทีผ่าน Truth Social โดยระบุว่าเป้าหมายของการโจมตีอิหร่านคือการเปลี่ยนระบอบการปกครอง ทรัมป์กล่าวว่า "กิจกรรมคุกคาม" ของอิหร่านเป็นอันตรายต่อสหรัฐฯ และพันธมิตร โดยอ้างถึงวิกฤตจับตัวประกันในอิหร่าน การสนับสนุนกลุ่มตัวแทนอย่าง Hamas และ Hezbollah การสังหารผู้ประท้วง และข้อกล่าวหาว่าอิหร่านพยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ทรัมป์ยอมรับว่า "อาจมีวีรบุรุษชาวอเมริกันผู้กล้าหาญต้องเสียชีวิต และเราอาจมีผู้บาดเจ็บล้มตาย สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยในสงคราม"

ทรัมป์เรียกร้องให้สมาชิกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) "วางอาวุธแล้วจะได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ ไม่เช่นนั้นก็รอความตายอย่างแน่นอน" เขายังเรียกร้องให้ประชาชนอิหร่านลุกขึ้นเปลี่ยนระบอบเอง โดยกล่าวว่า "เมื่อเราทำเสร็จ จงเข้ายึดรัฐบาลของพวกคุณ มันจะเป็นของพวกคุณ นี่อาจเป็นโอกาสเดียวในชั่วอายุคน"

เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) กล่าวหาผู้นำอิหร่านว่าเป็นศัตรูมาหลายทศวรรษ โดยระบุว่า "ตลอด 47 ปี ระบอบอยาตอลเลาะห์ตะโกนว่า 'อิสราเอลจงพินาศ' และ 'อเมริกาจงพินาศ'" และเรียกอิหร่านว่า "ระบอบก่อการร้ายฆาตกร" ที่ "ต้องไม่ปล่อยให้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์" เขากล่าวว่าปฏิบัติการร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอลจะ "สร้างเงื่อนไขให้ประชาชนอิหร่านผู้กล้าหาญกำหนดชะตากรรมของตัวเอง" และเรียกร้องให้ชาวอิหร่าน "สลัดแอกแห่งทรราชย์ทิ้งไป" The Times of Israel รายงานว่ารัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล คัตซ์ (Israel Katz) เรียกการโจมตีนี้ว่าเป็น "การโจมตีเชิงป้องกัน" เพื่อ "กำจัดภัยคุกคามต่อรัฐอิสราเอล"

พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ปัดความกังวลที่สมาชิกพรรคเดโมแครตบางคนหยิบยกขึ้นมา โดยกล่าวว่า "ไม่มีกฎการปะทะโง่ๆ ไม่มีการติดหล่มสร้างชาติ ไม่มีการฝึกสร้างประชาธิปไตย ไม่มีสงครามแบบถูกใจคนดี เราสู้เพื่อชนะและไม่เสียเวลาหรือชีวิตโดยเปล่าประโยชน์ ตามที่ประธานาธิบดีเตือนไว้ ปฏิบัติการขนาดนี้ย่อมมีผู้เสียชีวิต สงครามคือนรกและจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป" ฝ่ายอิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าตั้งใจจะโจมตีสหรัฐฯ โดยชี้ว่าท่าทีก้าวร้าวของกองทัพสหรัฐฯ เองต่างหากที่เป็นหลักฐาน

การตอบโต้ของอิหร่านและการโจมตีด้วยขีปนาวุธในอ่าวเปอร์เซีย

กองกำลังอิหร่านตอบโต้ภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยยิงขีปนาวุธใส่เป้าหมายในเทลอาวีฟและไฮฟา รวมถึงฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย BBC วิเคราะห์ว่าการตอบโต้ที่รวดเร็วกว่าสงคราม 12 วันบ่งชี้ว่าโครงสร้างการบัญชาการของอิหร่านเปลี่ยนไป อิหร่านตั้งชื่อปฏิบัติการตอบโต้ครั้งนี้ว่า "สัญญาที่เป็นจริง ครั้งที่ 4" หรือ Operation True Promise IV

อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย บาห์เรนเปิดไซเรนเตือนภัยทางอากาศ สื่ออาหรับรายงานว่าเห็นการระเบิดและควันในกรุงมานามา บาห์เรนยืนยันในภายหลังว่าขีปนาวุธพุ่งเข้าใส่กองบัญชาการกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมีรายงานการระเบิดที่สนามบินนานาชาติคูเวตและกรุงอาบูดาบีในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวตถูกโจมตีด้วยทั้งขีปนาวุธและโดรน

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) แถลงว่าอิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ 4 แห่งในตะวันออกกลาง ได้แก่ ฐานทัพอากาศอัลอูเดดในกาตาร์ ฐานทัพอากาศอาลี อัลซาเลมในคูเวต ซึ่งมีทหารอิตาลีประจำการด้วย ฐานทัพอากาศอัลดาฟราในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกองบัญชาการกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในบาห์เรน ซาอุดีอาระเบียยืนยันว่าถูกอิหร่านโจมตีที่กรุงริยาดและจังหวัดภาคตะวันออก โดยอ้างว่าสกัดกั้นได้สำเร็จ และประกาศว่าจะ "ใช้ทุกมาตรการที่จำเป็น" เพื่อป้องกันตัวเอง "รวมถึงการตอบโต้การรุกราน"

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แถลงว่าสกัดขีปนาวุธอิหร่านได้หลายลูก แต่มีชาวเอเชีย 1 คนเสียชีวิตจากเศษซากจรวดสกัดกั้นที่ตกลงในเขตที่อยู่อาศัย กาตาร์ระบุว่าสกัดการโจมตีด้วยขีปนาวุธได้อย่างน้อย 2 ระลอก โดยไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน ในเขตปกครองตนเองเคิร์ดดิสถานของอิรัก อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่มีทหารและพลเรือนสหรัฐฯ ประจำอยู่ รวมถึงสนามบินนานาชาติเออร์บิลและสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเออร์บิล สื่อท้องถิ่นรายงานว่าขีปนาวุธและโดรนส่วนใหญ่ถูกสกัดได้

ในอิสราเอล อาคาร 9 ชั้นในภาคเหนือถูกขีปนาวุธพุ่งเข้าใส่ มีพลเรือนบาดเจ็บ 1 คน มีรายงานการโจมตีทั้งในไฮฟาและเทลอาวีฟ การโจมตีเขตที่อยู่อาศัยในเทลอาวีฟทำให้พลเรือนหญิงวัย 40 กว่าปีเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีก 27 คน จอร์แดนแถลงว่ากองทัพยิงขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่าน 2 ลูกที่พุ่งเข้าใส่ดินแดนของตนตกได้ และจัดการกับรายงานเศษซากตก 54 จุดที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินแต่ไม่มีผู้เสียชีวิต

เขตที่อยู่อาศัยในดูไบใกล้บุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ ดูไบมารีนา และดูไบปาล์มถูกโจมตี ทำให้โรงแรม Fairmont The Palm เกิดเพลิงไหม้ มีผู้บาดเจ็บ 4 คน อาคารที่พักอาศัยชานกรุงโดฮาก็ถูกโจมตีเช่นกัน แหล่งข่าวท้องถิ่นระบุว่าอิหร่านใช้โดรน Shahed ซึ่งเป็นอาวุธที่อิหร่านและกลุ่มตัวแทนอย่าง Hamas และ Hezbollah ใช้มากที่สุด

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แถลงว่าสกัดขีปนาวุธอิหร่าน "ระลอกใหม่" ได้ แต่เศษซากจากการสกัดตกในอาบูดาบีและดูไบ สร้างความเสียหายให้โรงแรมบุรจญ์ อัล อาหรับ การโจมตีสนามบินนานาชาติคูเวตทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ในบาห์เรน มีรายงานว่าอาคารสูงในเขตที่อยู่อาศัยถูกโดรนอิหร่านพุ่งชนในช่วงค่ำ

Reuters วิเคราะห์ว่าการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่ประเทศอ่าวเปอร์เซียทำให้ประเทศเหล่านี้ตระหนักว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามต่อตนเอง และอาจผลักดันให้พวกเขาหันมาสนับสนุนการโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอล เดวิด เพเทรอัส (David Petraeus) อดีตผู้อำนวยการ CIA เห็นตรงกัน โดยระบุว่าการที่อิหร่านโจมตีประเทศอ่าวเปอร์เซียอื่นๆ น่าจะเป็นความผิดพลาดเชิงยุทธศาสตร์ที่อาจดึงประเทศอื่นเข้ามาร่วมสงคราม

1 มีนาคม 2026

อาลี ลาริจานี (Ali Larijani) เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงสุดของอิหร่าน ประกาศจัดตั้งสภาผู้นำชั่วคราวเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พร้อมกล่าวหาสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าพยายามทำลายอิหร่าน เขาเตือน "กลุ่มแบ่งแยกดินแดน" ว่าจะได้รับผลร้ายแรงหากลงมือทำอะไร ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ NBC News ว่า "ผู้นำจำนวนมาก" ในอิหร่านถูกสังหารแล้ว ขณะเดียวกันอิสราเอลก็เปิดฉากโจมตีเป้าหมายอิหร่านระลอกใหม่

อิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนตอบโต้ใส่อิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต บาห์เรน จอร์แดน และซาอุดีอาระเบีย ในช่วงแรกสหราชอาณาจักรรายงานว่าไซปรัสถูกโจมตีด้วย แต่ภายหลังยืนยันว่าไม่ได้เกิดขึ้นจริง เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ คือ Skylight ที่จดทะเบียนธงปาเลา และ MKD VYOM ที่จดทะเบียนธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ ถูกโจมตีนอกชายฝั่งโอมาน การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักเกือบสิ้นเชิง มีเรือสินค้า 150 ลำรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากติดค้างอยู่

เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านโจมตีอีก กลุ่ม E3 ซึ่งประกอบด้วยสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี ประกาศพร้อมสนับสนุน "มาตรการป้องกันทางทหารที่ได้สัดส่วน" ต่อโดรนและขีปนาวุธพิสัยไกลหากจำเป็น ส่งสัญญาณว่าอาจเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่าสหรัฐฯ สามารถใช้ฐานทัพอังกฤษเพื่อโจมตีอิหร่านใน "เชิงป้องกัน" ได้ และเปิดเผยว่าผู้เชี่ยวชาญจากยูเครนและประเทศอื่นจะช่วยประเทศอ่าวเปอร์เซียสกัดการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน CNN รายงานว่ามกุฎราชกุมารซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบีย โดยมีสหรัฐฯ หนุนหลัง ประกาศจะใช้กำลังทหารต่อต้านการรุกรานของอิหร่าน พร้อมเรียกการโจมตีของอิหร่านว่า "ขี้ขลาด" เพราะซาอุดีอาระเบียปิดน่านฟ้าไม่ให้สหรัฐฯ และอิสราเอลผ่าน หมายความว่าอิหร่านโจมตีซาอุดีอาระเบียทั้งที่ซาอุดีอาระเบียไม่ได้เปิดทางให้ฝ่ายตรงข้ามของอิหร่านใช้น่านฟ้าเลย

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐฯ รับข้อเสนอของอิหร่านในการเจรจาต่อ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ Daily Mail ในภายหลังว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ จะเสร็จสิ้นภายใน 4 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ลาริจานีปฏิเสธการเจรจาในเวลาต่อมา

2 มีนาคม 2026

มีรายงานการโจมตีของอิหร่านเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ทั้งในดูไบ อาบูดาบี โดฮา และเบียร์เชบาในอิสราเอล สถานทูตสหรัฐฯ ในคูเวตถูกโจมตีและปิดทำการไม่มีกำหนด แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต เรือบรรทุกน้ำมัน Stena Imperative ที่ชักธงสหรัฐฯ และ Athe Nova ที่ชักธงฮอนดูรัสก็ถูกโจมตีเช่นกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ IRGC ซึ่งเป็นที่ปรึกษาผู้บัญชาการ IRGC ขู่ว่าจะเผาเรือทุกลำที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และประกาศว่าจะไม่มีน้ำมันแม้แต่หยดเดียวออกจากพื้นที่ได้ กาตาร์ยิงเครื่องบินทิ้งระเบิด Su-24 ของอิหร่านตก 2 ลำ ทำให้กาตาร์เป็นประเทศแรกที่ยิงเครื่องบินรบอิหร่านตกในความขัดแย้งครั้งนี้

อิสราเอลและสหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์ รวมถึงโรงพยาบาลคาตัม อัลอันเบีย และโรงพยาบาลคานธี เกิดเหตุยิงพวกเดียวกันเมื่อนักบิน F/A-18 ของกองทัพอากาศคูเวตยิงเครื่องบินขับไล่ F-15 ของสหรัฐฯ ตก 3 ลำ ตามรายงานของ Al Arabiya ซึ่งเป็นสื่อของซาอุดีอาระเบีย ในช่วงค่ำ หน่วยรบพิเศษอิสราเอลและเจ้าหน้าที่ Mossad ปฏิบัติการภาคพื้นดินภายในอิหร่าน แต่ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม ทางการอิสราเอลไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธรายงานนี้ภายในวันที่ 3 มีนาคม และไม่มีสำนักข่าวอิสระใดยืนยันข้อกล่าวอ้างดังกล่าว

อิสราเอลและ Hezbollah เปิดศึกโจมตีกันไปมา Hezbollah โจมตีอิสราเอลเพื่อตอบโต้การสังหารคาเมเนอี เลบานอนสั่งห้าม Hezbollah ทำกิจกรรมทางทหารหลังเหตุโจมตี แต่ Hezbollah อ้างว่าการโจมตีเป็น "การป้องกันตัว" หลังจากที่อิสราเอลโจมตีมาตลอดกว่า 1 ปีทั้งที่มีข้อตกลงหยุดยิง Hezbollah ระบุว่ากลับมาสู้รบเพื่อบังคับให้อิสราเอลหยุดรุกรานและถอนกำลังออกจากดินแดนเลบานอนที่ยึดครองอยู่ โดยย้ำว่าไม่เกี่ยวข้องกับสงครามอิหร่าน โฆษกกองทัพอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์ฉุกเฉินว่าถือว่าการโจมตีครั้งนี้เป็น "การประกาศสงครามอย่างเป็นทางการของ Hezbollah" และสาบานจะ "กำจัด" ภัยคุกคาม อิสราเอลโจมตีเลบานอนตอนใต้ กรุงเบรุต และหุบเขาเบกา IDF แถลงว่าสังหารฮุสเซน มักเลด (Hussein Makled) หัวหน้าหน่วยข่าวกรองของ Hezbollah ในการโจมตีครั้งนี้

ฐานทัพอากาศอังกฤษที่อัครอตีรีในไซปรัสถูกโดรนโจมตีราวเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่น สร้างความเสียหายเล็กน้อย การโจมตีไซปรัสอีกครั้งทำให้กรีซประกาศส่งเรือฟริเกตและเครื่องบิน F-16 ไปป้องกันไซปรัสจากการโจมตีของอิหร่าน ในเวลาต่อมา นายพล IRGC ซาร์ดาร์ จับบารี (Sardar Jabbari) แสดงความเห็นว่ามีสหรัฐฯ ประจำอยู่บนเกาะไซปรัส และอิหร่านวางแผนจะโจมตีเกาะ "อย่างรุนแรงจนอเมริกันต้องถอนออกไป"

กลุ่มติดอาวุธฝ่ายอิหร่าน Guardians of the Blood Brigade อ้างความรับผิดชอบในการโจมตีฐานทัพ Victory Base ของสหรัฐฯ ใกล้สนามบินนานาชาติแบกแดด และเออร์บิลในเขตปกครองตนเองเคิร์ดดิสถานของอิรัก กลุ่มต่อต้านอิสลามในอิรักอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีด้วยโดรนกว่า 23 ครั้งต่อฐานทัพสหรัฐฯ ในเออร์บิล

3 มีนาคม 2026

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม มีรายงานว่าการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐฯ ทำลายสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด (SNSC) อาคารสภาวินิจฉัยผลประโยชน์แห่งรัฐในกรุงเตหะราน และสิ่งที่เจ้าหน้าที่อิสราเอลระบุว่าเป็นโรงงานอาวุธนิวเคลียร์ใต้ดินชื่อ Min Zadai สนามบินบูเชห์รก็ถูกโจมตีด้วย อาคารผู้โดยสารได้รับความเสียหายและเครื่องบิน Airbus A319 ของ Iran Air ถูกทำลาย การโจมตีครั้งนี้อยู่ห่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชห์รเพียงราว 12 กิโลเมตร ทำให้ Rosatom หน่วยงานนิวเคลียร์ของรัสเซียระงับการก่อสร้างหน่วยใหม่และอพยพเจ้าหน้าที่ที่ไม่จำเป็นออก เนื่องจากขาดการติดต่อกับเจ้าหน้าที่อิหร่าน

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ แถลงว่ากองกำลังสหรัฐฯ สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อขีดความสามารถทางเรือของอิหร่าน โดยเฉพาะในอ่าวโอมาน มีรายงานว่าเรือรบอิหร่านหลายลำถูกทำลายและฐานทัพสำคัญถูกโจมตี อิสราเอลรายงานว่าสังหารดาอูด อาลีซาเดห์ (Daoud Alizadeh) ผู้บัญชาการสาขาเลบานอนของกองกำลังกุดส์ ในกรุงเตหะราน และจับกุมสมาชิก Hezbollah จำนวนหนึ่งเพื่อตอบโต้การยิงขีปนาวุธ เศษซากจากการโจมตีทางอากาศสร้างความเสียหายให้พระราชวังโกเลสถาน ซึ่งเป็นมรดกโลกของ UNESCO ทำให้ UNESCO ออกแถลงการณ์ว่าการทำลายทรัพย์สินมรดกโลกขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ

อิสราเอล คัตซ์ (Israel Katz) รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล อนุมัติการรุกรานภาคพื้นดินในเลบานอนเมื่อวันที่ 3 มีนาคม เจ้าหน้าที่อิสราเอลเตือนว่าการโจมตีอิหร่านอาจรุนแรงขึ้นและอาจรวมถึงปฏิบัติการภาคพื้นดินที่ลึกเข้าไปกว่าเดิม ขณะที่สหรัฐฯ แสดงท่าทีไม่อยากส่งทหารภาคพื้นดินเข้าอิหร่าน ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯ มีอาวุธหนัก "สำรองไว้แทบไม่จำกัด" แต่กำลังขอเสบียงเพิ่มจากประเทศอื่น ทรัมป์เสริมว่ามั่นใจในชัยชนะ "ครั้งใหญ่" ของสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นของความขัดแย้ง ทรัมป์เรียกร้องให้ชาวอิหร่าน "เข้ายึดรัฐบาลของพวกคุณ" และบอกว่า "อเมริกาหนุนหลังคุณด้วยกำลังมหาศาลและอำนาจทำลายล้าง" โดยวางกรอบว่าปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เป็นโอกาสให้เกิดการลุกฮือในวงกว้าง ทรัมป์ยังแชร์บทความความเห็นที่ระบุว่า "ไม่จำเป็นต้องส่งทหารบุกอิหร่าน ประชาชนอิหร่านคือกองกำลังภาคพื้นดิน" เป็นสัญญาณสนับสนุนการต่อต้านจากภายใน อย่างไรก็ตาม เพียงวันก่อนหน้า พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กลับบอกว่าไม่ตัดทางเลือกการส่งทหารภาคพื้นดินเข้าอิหร่าน

นักการทูตตะวันตกและแหล่งข่าวอื่นเปิดเผยกับ The Jerusalem Post ว่ากาตาร์โจมตีอิหร่านหลังจากอิหร่านพยายามโจมตีสนามบินโดฮาและกาตาร์ยิงเครื่องบินทิ้งระเบิด Su-24 ของอิหร่านตก 2 ลำ Channel 12 ของอิสราเอลก็รายงานเรื่องกาตาร์โจมตีอิหร่านเช่นกัน แต่มาเจด อัลอันซารี (Majed al-Ansari) โฆษกกระทรวงต่างประเทศกาตาร์ ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่ากาตาร์ไม่ได้เข้าร่วม "ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน"

นายพล IRGC ขู่ว่าจะโจมตีศูนย์กลางเศรษฐกิจทุกแห่งในตะวันออกกลาง และอับบาส อาราคชี (Abbas Araghchi) กล่าวว่าหากยุโรปเข้ามาใช้กำลังทหารแม้ในเชิงป้องกัน อิหร่านจะถือว่าเป็นการประกาศสงคราม กลุ่มต่อต้านอิสลามในอิรักอ้างความรับผิดชอบในเหตุระเบิดที่เออร์บิล

4 มีนาคม 2026

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศว่าการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอลจะทวีความรุนแรงขึ้น การโจมตีของอิสราเอลพุ่งเป้าไปที่กองบัญชาการกองกำลังบาซิจ แหล่งข่าวอิหร่านระบุว่ามอจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) บุตรชายของผู้นำสูงสุด รอดชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ กาตาร์จับกุม 10 คนที่ปฏิบัติงานเป็นเครือข่ายลับของ IRGC ในดินแดนกาตาร์ โดยรวบรวมข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร บางคนได้รับการฝึกใช้โดรน

กองทัพอิสราเอลประกาศว่าเครื่องบิน F-35I "อาดีร์" ยิงเครื่องบินขับไล่ Yak-130 ที่รัสเซียผลิตให้อิหร่านตกเหนือกรุงเตหะราน ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ F-35 ยิงเครื่องบินรบที่มีนักบินตกในการรบทางอากาศ และเป็นครั้งแรกที่กองทัพอากาศอิสราเอลยิงเครื่องบินตกนับตั้งแต่ปี 1985

อัตราการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่านลดลงตั้งแต่เริ่มสงครามจนถึงวันที่ 4 มีนาคม นักวิเคราะห์ชี้ว่าสาเหตุมาจากคลังขีปนาวุธและฐานยิงของอิหร่านเริ่มร่อยหรอ ประกอบกับยุทธศาสตร์ประหยัดกระสุนเพื่อรบยืดเยื้อ อิหร่านยังคงโจมตีฐานทัพอากาศอัลอูเดดและโรงกลั่นน้ำมันราสทานูราของ Aramco สหรัฐฯ สั่งอพยพเจ้าหน้าที่ที่ไม่จำเป็นออกจากไซปรัส เนื่องจากคาดว่าอิหร่านจะโจมตี พร้อมออกคำเตือนการเดินทางสำหรับประเทศดังกล่าว

Hezbollah ยิงอาวุธต่อต้านรถถังในเลบานอนตอนใต้ สนามบินนานาชาติลาร์นากาในไซปรัสถูกปิดชั่วคราว หลังพบโดรนจากเลบานอนที่ถูกเครื่องบิน F-16 ของกรีซยิงตก มีรายงานว่าน่านฟ้าไซปรัสถูกปิด แต่รัฐบาลไซปรัสปฏิเสธในภายหลังว่าไม่เป็นความจริง พร้อมยืนยันว่ามีวัตถุไม่ทราบชนิดจากเลบานอนจริง

เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นอีกขั้นเมื่อขีปนาวุธพิสัยไกลจากอิหร่านถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศของ NATO สกัดได้ขณะเข้าสู่น่านฟ้าตุรกี ก่อนจะตกที่เมืองเดิร์ตโยลในจังหวัดฮาไต ตุรกียืนยันสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง มาร์ก รุตเตอ (Mark Rutte) เลขาธิการ NATO ประกาศว่าพันธมิตรมุ่งมั่นปกป้องตุรกี อิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้ตั้งใจโจมตีตุรกี โดยอ้างว่าเป็น "ความผิดปกติทางเทคนิค" แต่กระนั้น โอกาสที่จะมีการอ้างมาตรา 4 ของ NATO กลายเป็นประเด็นร้อนในการหารือเร่งด่วนระหว่างฮากัน ฟิดาน (Hakan Fidan) รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี กับผู้นำพันธมิตร เพื่อเสริมสร้างท่าทีป้องกันร่วมของ NATO

ในมหาสมุทรอินเดีย เรือฟริเกต IRIS Dena ของกองทัพเรืออิหร่านถูกเรือดำน้ำกองทัพเรือสหรัฐฯ จมห่างจากเมืองกอลล์ ศรีลังกา ไปทางใต้ราว 74 กิโลเมตร เรือลำนี้กำลังเดินทางกลับอิหร่านหลังเข้าร่วมพิธีสวนสนามกองเรือนานาชาติ 2026 และการฝึกซ้อมทางทหารหลายชาติ MILAN ที่เมืองวิศาขาปัตนัม อินเดีย การฝึกซ้อมกำหนดให้เรือที่เข้าร่วมไม่พกอาวุธ และสหรัฐฯ น่าจะรู้ว่าเรือ Dena ไม่มีทางป้องกันตัว เพราะสหรัฐฯ เองก็ส่งเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลเข้าร่วมการฝึกด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่เรือดำน้ำจมเรือรบในการสู้รบจริงนับตั้งแต่เรือ ARA General Belgrano ในสงครามฟอล์กแลนด์ และเป็นครั้งแรกที่เรือดำน้ำอเมริกันจมเรือรบนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

เรือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือตอนรุ่งสาง กองทัพเรือและกองทัพอากาศศรีลังกาเข้าค้นหาและช่วยเหลือทันที ช่วยชีวิตผู้รอดชีวิตได้ 32 คน นำส่งโรงพยาบาลแห่งชาติกอลล์เพื่อรักษาอาการอ่อนเพลียและบาดเจ็บจากการระเบิด กองทัพเรือศรีลังกายังกู้ร่างทหารเรืออิหร่านได้ 87 ศพ มีรายงานด้วยว่าเรือยกพลขึ้นบก IRIS Lavan พร้อมลูกเรือ 183 นาย เข้าหลบภัยที่เมืองโคชิ อินเดีย ในช่วงค่ำของวันที่ 4 มีนาคม หลังเหตุโจมตีเรือ Dena โดยถูกกักตัวไว้

5 มีนาคม 2026

การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลทำลายสนามกีฬาในร่มขนาด 12,000 ที่นั่งในศูนย์กีฬาอาซาดีกรุงเตหะราน ผู้นำนักศึกษากองกำลังบาซิจ 2 คนที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในการปราบปรามผู้ประท้วง เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล

องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าสถานพยาบาล 13 แห่งในอิหร่านถูกโจมตีตั้งแต่เริ่มสงคราม

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2026 แหล่งข่าวทางทหารให้สัมภาษณ์สำนักข่าว Fars ว่าอิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลและขีปนาวุธทางเรือรวมกว่า 500 ลูก และโดรนเกือบ 2,000 ลำตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ รายงานอ้างว่าราว 40% มุ่งเป้าไปที่อิสราเอล และเกือบ 60% ยิงใส่เป้าหมายสหรัฐฯ ในภูมิภาค ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) ของยูเครนเปิดเผยว่ายูเครนได้รับคำขอจากสหรัฐฯ ให้ช่วยรับมือกับโดรน Shahed ของอิหร่าน ทรัมป์ยืนยันว่าจะรับความช่วยเหลือจากยูเครน

ในระหว่างการเยือนไซปรัสของจอห์น ฮีลีย์ (John Healey) รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ ไม่มีขีปนาวุธยิงมาที่ไซปรัส แต่สัญญาณเตือนภัยในฐานทัพอังกฤษดังขึ้น 2 ครั้ง สร้างความตื่นตระหนกอย่างกว้างขวางจนประชาชนในพื้นที่อพยพกันเอง ทั้ง 2 ครั้งฐานทัพยืนยันว่าแม้มีจรวดถูกยิงขึ้น แต่สุดท้ายไม่ได้มุ่งมาที่ไซปรัส

ขณะเดียวกัน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และสเปนยืนยันว่าจะส่งเรือรบไปป้องกันไซปรัส รวมถึงเรือฟริเกต Cristóbal Colón สตาร์เมอร์ยืนยันว่าฐานทัพอังกฤษในไซปรัสจะถูกใช้ยิงโดรนอิหร่านโดยเฉพาะ และยืนยันว่าฐานทัพนี้ถูกใช้ป้องกันน่านฟ้าจอร์แดนด้วย ไอร์แลนด์ประกาศว่าหากได้รับการร้องขอ พร้อมจะปกป้องไซปรัสและเข้าร่วมแนวร่วมป้องกันของยุโรปที่ระดมกำลังรอบเกาะ

ในอิสราเอล เศษซากจากขีปนาวุธที่ถูกสกัดตกลงในเมืองเปตาห์ทิควา ทำให้เกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่

การโจมตีนาคชีวาน อาเซอร์ไบจาน

อาเซอร์ไบจานแถลงว่าโดรน 2 ลำจากอิหร่านโจมตีดินแดนนาคชีวาน ซึ่งเป็นดินแดนแยกของอาเซอร์ไบจาน กระทรวงต่างประเทศระบุว่าโดรนลูกหนึ่งพุ่งชนอาคารผู้โดยสารสนามบินนานาชาตินาคชีวาน อีกลูกตกใกล้อาคารเรียนในหมู่บ้านเชเคอราบัด สร้างความเสียหายให้สนามบินและมีพลเรือนบาดเจ็บ 2 คน อาเซอร์ไบจานเรียกเอกอัครราชทูตอิหร่านมาชี้แจง ถอนนักการทูตของตนออกจากอิหร่าน และประกาศจะตอบโต้ทางทหาร

อับบาส อาราคชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ปฏิเสธว่าอิหร่านไม่ได้โจมตีอาเซอร์ไบจาน และเสนอว่าเป็นปฏิบัติการ "ธงปลอม" ของอิสราเอล พูดง่ายๆ คือเขากล่าวหาว่าอิสราเอลเป็นคนทำแล้วโยนความผิดให้อิหร่าน อย่างไรก็ตาม Azer News รายงานว่าช่อง Telegram ที่เชื่อมโยงกับ IRGC ชื่อ "Sepah Pasdaran News Channel" ออกมาอ้างความรับผิดชอบในการโจมตีนาคชีวาน

อิลฮัม อาลีเยฟ (Ilham Aliyev) ประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจาน กล่าวว่า "อิหร่านก่อการร้ายต่ออาเซอร์ไบจาน" ตุรกีก็ประณามการโจมตีอาเซอร์ไบจานเช่นกัน

6 มีนาคม 2026

กองทัพเรือศรีลังกาที่ปฏิบัติการนอกชายฝั่งศรีลังกา กักตัวเรือบรรทุกน้ำมัน IRIS Bushehr ของอิหร่านพร้อมลูกเรือ 208 นาย ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เรือรบถูกกักตัวในประเทศที่เป็นกลาง ทรัมป์กล่าวว่า "ไม่มีกำหนดเวลา" ว่าสงครามจะยาวนานแค่ไหน ขณะที่เฮกเซธระบุว่าสงคราม "เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น"

การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลพุ่งเป้าไปที่ฐานข่าวกรองของ IRGC ในจังหวัดโลเรสถาน ทหารรักษาสันติภาพชาวกานา 3 นายที่ปฏิบัติหน้าที่ในกองกำลัง UNIFIL ได้รับบาดเจ็บจากขีปนาวุธในเลบานอนตอนใต้

การโจมตีในอิรักพุ่งเข้าใส่โรงแรม 5 ดาวในเครือ Rotana Hotels ที่เออร์บิล ในอาเซอร์ไบจาน หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายท้องถิ่นสกัดแผนก่อการร้ายที่เชื่อมโยงกับอิหร่านได้ โดยเป้าหมายคือสถานทูตอิสราเอลและโบสถ์ยิวในกรุงบากู การพิจารณาคดีผู้ต้องสงสัยเริ่มขึ้นในวันเดียวกัน ระบุว่าเป็นสมาชิกเครือข่ายกลุ่มรัฐอิสลามสาขา "วิลายาตี-โคราซาน" และ IRGC

นอกจากนี้ มีรายงานว่ารัสเซียส่งข่าวกรองให้อิหร่านเกี่ยวกับตำแหน่งของเรือรบและเครื่องบินของสหรัฐฯ


ที่มา: Wikipedia (เข้าถึงข้อมูลเมื่อ 7 มีนาคม 2026)

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ

  

Like this article:
Social share: