มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) พัฒนา “แผ่นนุ่น” จากเส้นใยธรรมชาติ เพิ่มคุณสมบัติดูดซับน้ำมัน กรองอากาศ และต้านแบคทีเรีย ชูจุดเด่นย่อยสลายได้ เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม พร้อมต่อยอดฟื้นฟูป่าเศรษฐกิจ และผลักดันวัสดุไทยสู่เวทีโลก
30 มีนาคม 2569 ใยนุ่น (Kapok Fibel) เป็นเส้นใยธรรมชาติสีขาวนวล นุ่มฟู และน้ำหนักเบา ที่ได้จากฝักแห้งของต้นนุ่น การใช้งานส่วนใหญ่นิยมนำมาเป็นไส้หมอน ที่นอน เบาะ เครื่องกันหนาว หรือตุ๊กตาเท่านั้น ทั้งที่แท้จริงแล้วใยนุ่นมีคุณสมบัติพิเศษหลายประการ ได้แก่ น้ำหนักเบา ให้ความอบอุ่นได้ดี กันน้ำ ลอยน้ำได้ และเป็นฉนวนกันความร้อน จึงนำมาสู่แนวคิดการออกแบบและพัฒนาคุณสมบัติเฉพาะทาง เพื่อยกระดับเส้นใยนุ่นให้เป็นนวัตกรรม “แผ่นนุ่น” ที่สามารถใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น
ผลงานนวัตกรรมวัสดุแผ่นนุ่น ประกอบด้วย แผ่นนุ่นทำความสะอาดผิวหน้า (Kapok Pad for Facial Cleansing) แผ่นนุ่นดูดซับคราบน้ำมันสำหรับครัวเรือน (SuperClean Pad) แผ่นนุ่นดูดซับน้ำมันและทนไฟ (HyperClean Pad) และแผ่นหน้ากากนุ่นกรองอากาศและฆ่าเชื้อโรค (BioMask Kapok Filter) ผลงานดังกล่าวเป็นฝีมือนักวิจัยไทย ได้รับการรับรองจากฐานข้อมูล Material ConneXion นิวยอร์ก ปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) และได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนนวัตกรรมวัสดุไทยสู่เวทีโลก ภายใต้แนวคิด Innovation & Natural Materials ในกลุ่มวัสดุชีวภาพและวัสดุจากธรรมชาติที่ต่อยอดด้วยนวัตกรรม จัดแสดงในนิทรรศการ Material Submission Showcase from Local to Global บริเวณพื้นที่ด้านหน้าของห้อง Material Design & Innovation Center ณ ศูนย์นวัตกรรมด้านวัสดุและการออกแบบ Thailand Creative & Design Center (TCDC) กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 29 มกราคม ถึง 30 ธันวาคม 2569 ต่อเนื่อง 1 ปี
ผศ. ดร.ธิดารัตน์ บุญศรี อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ และหัวหน้ากลุ่มวิจัยวัสดุชีวภาพอัจฉริยะและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ในฐานะหัวหน้านักวิจัย กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของงานวิจัยนี้มาจากความสนใจเรื่อง “เส้นใยธรรมชาติ” และโจทย์ คือจะทำอย่างไรให้เส้นใยธรรมชาติสามารถ “ขึ้นรูป” หรือ “ทำเป็นแผ่น” ได้ โดยเฉพาะเส้นใยนุ่นซึ่งมีเส้นใยสั้น จึงไม่สามารถขึ้นรูปได้เหมือนฝ้ายที่มีเส้นใยยาว และสามารถทอผ้า หรือทำเป็นแผ่นสำลีได้ ส่งผลให้นุ่นถูกจำกัดการใช้งานมาโดยตลอด
ด้วยคุณสมบัติพิเศษของเส้นใยนุ่น และความสามารถในการย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ทีมวิจัยจึงตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าและขยายการใช้งานให้นุ่นสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้หลากหลาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเชื่อมโยงสู่ประเด็นการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม โดยเฉพาะภาคเหนือ เช่น จังหวัดน่าน ซึ่งมีพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมจำนวนมาก ทีมวิจัยจึงเสนอแนวทางส่งเสริมการปลูกป่านุ่นแทนยูคาลิปตัส เนื่องจากนุ่นเป็นพืชโตเร็ว ให้ร่มเงา ปลูกง่าย ไม่ต้องใช้สารเคมี มีรากช่วยยึดดิน และให้ผลิตผลต่อเนื่องทุกปี อีกทั้งยังเป็นพืชท้องถิ่นของไทย ในอดีตไทยเคยเป็นผู้ส่งออกนุ่นอันดับหนึ่งของโลก และปัจจุบันยังเป็นที่ต้องการในตลาดญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฝรั่งเศส
“โจทย์ท้าทายคือการขึ้นรูปเป็นแผ่น เนื่องจากนุ่นมีเส้นใยสั้น หากนำมาใช้กับผิวโดยตรง เส้นใยอาจพันตัวคล้ายเส้นด้ายและก่อให้เกิดการระคายเคือง ดังนั้นจึงต้องพัฒนาเทคนิคการขึ้นรูปเป็นแผ่นเช่นเดียวกับสำลี แต่แตกต่างจากฝ้ายที่มีการปรับปรุงพันธุกรรม ในเชิงอุตสาหกรรม การใช้นุ่นจึงต้องปรับสภาพคุณสมบัติของเส้นใยให้เหมาะสมต่อการใช้งาน” ผศ. ดร.ธิดารัตน์ กล่าว
จุดเด่นของงานวิจัย คือ การพัฒนาเทคนิคทำให้นุ่นขึ้นรูปเป็นแผ่นได้โดยไม่ใช้กาว แต่ใช้กลไกการละลายผนังเซลล์บางส่วนให้เกิดคุณสมบัติกาวธรรมชาติ (Self-adhesive) ทำให้เส้นใยยึดติดเป็นเนื้อเดียวกัน พร้อมประยุกต์เทคโนโลยี Surface Modification เพื่อปรับแต่งผิวเส้นใยให้เหมาะกับการใช้งานเฉพาะด้าน ปัจจุบันได้ยื่นจดสิทธิบัตรในกระบวนการผลิต และเทคนิคการปรับสภาพผิวแล้ว สำหรับผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ได้แก่
แผ่นนุ่นทำความสะอาดผิวหน้า (Kapok Pad for Facial Cleansing) แผ่นนุ่นปรับสภาพผิวด้วยการเคลือบสารซิงค์อะซิเตต (Zinc Acetate) ให้มีคุณสมบัติต้านแบคทีเรีย เหมาะกับผู้มีผิวมันและแพ้ง่าย ช่วยดูดซับความมันและทำความสะอาดเครื่องสำอาง พร้อมช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย โดยผลงานชิ้นนี้ได้รางวัล 1 ใน 3 ผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางรักษ์โลก จากเวที Cosmetic Victory Valley ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
แผ่นนุ่นดูดซับคราบน้ำมันสำหรับครัวเรือน (SuperClean Pad) แผ่นนุ่นเคลือบแมงกานีสออกไซด์ เพิ่มคุณสมบัติดูดซับน้ำมันและกันน้ำ เหมาะสำหรับทำความสะอาดภาชนะ และคราบน้ำมันบนพื้นผิวในครัว ช่วยลดการใช้น้ำและน้ำยาล้างจาน โดยสามารถบีบคืนน้ำมันออกเพื่อนำไปกำจัดอย่างเหมาะสม
นวัตกรรมแผ่นนุ่นดูดซับน้ำมันและทนไฟ (HyperClean Pad) แผ่นนุ่นเคลือบสองชั้น ชั้นในดูดซับน้ำมัน และชั้นนอกทนความร้อน ใช้กับเตาปิ้งย่างเพื่อลดการสัมผัสของน้ำมันกับแหล่งความร้อนโดยตรง ช่วยลดควันและเขม่าที่เป็นอันตราย
แผ่นหน้ากากนุ่นกรองอากาศและฆ่าเชื้อโรค (BioMask- Kapok Filter) แผ่นนุ่นเคลือบสารออกซิไดซ์แบบเจล (Gel Coating) ให้เกิดชั้นฟิล์มบนพื้นผิว มีคุณสมบัติสะท้อนฝุ่นและยับยั้งแบคทีเรีย เหมาะต่อการพัฒนาเป็นหน้ากากอนามัยหรือวัสดุกรองอากาศ โดยต้นแบบพัฒนา เพื่อใช้กับเด็ก โดยเฉพาะเด็กปากแหว่งเพดานโหว่
ผศ. ดร.ธิดารัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การใช้วัสดุย่อยสลายได้แทน เส้นใยสังเคราะห์ เช่น โพลีเอสเตอร์ หรือไนลอน ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาไมโครพลาสติก งานวิจัยนี้จึงมุ่งตอบโจทย์ 3 ประการ ได้แก่ (1) พัฒนาวัสดุที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าวัสดุสังเคราะห์ (2) ย่อยสลายได้ ไม่สร้างภาระต่อสิ่งแวดล้อม และ (3) ยิ่งใช้มาก ยิ่งส่งเสริมการปลูกป่านุ่น ซึ่งช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ นุ่นเป็นต้นไม้พื้นถิ่น การส่งเสริมการปลูกไม้พื้นถิ่นจะช่วยฟื้นคืนระบบนิเวศ และหากนุ่นไทยก้าวสู่ระดับสากลได้ ก็จะเป็นอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ”
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

