กมธ. พัฒนาเศรษฐกิจฯ ถกเขตนวัตกรรมการแพทย์สุรนารี เสนอแนวคิดยกระดับจังหวัดเป็นเมืองสุขภาวะ

กองบรรณาธิการ TCIJ 18 ก.ย. 2569 | อ่านแล้ว 44 ครั้ง

กมธ. พัฒนาเศรษฐกิจฯ ถกเขตนวัตกรรมการแพทย์สุรนารี เสนอแนวคิดยกระดับจังหวัดเป็นเมืองสุขภาวะ

คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ประชุมเรื่องเขตนวัตกรรมการแพทย์สุรนารีภายใต้ระเบียงเศรษฐกิจสุขภาวะโคราช เสนอแนวคิดยกระดับจังหวัดเป็นเมืองสุขภาวะ แบ่งเป็น 3 เขตนวัตกรรม คือการแพทย์ การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมมูลค่าสูง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้ปัญหาการลงทุนกระจุกตัวในภาคกลาง ขั้นตอนขึ้นทะเบียนล่าช้า และขาดพื้นที่ทดลองแซนด์บ็อกซ์ พร้อมยกตัวอย่างสิงคโปร์และญี่ปุ่น ที่ประชุมมีมติตั้งคณะทำงานศึกษาเชิงลึก

18 กันยายน 2569 นางสาวการณิก จันทดา โฆษกคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2569 คณะกรรมาธิการฯ ได้ประชุมพิจารณาเรื่อง "แนวทางการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบเขตนวัตกรรมการแพทย์สุรนารี ภายใต้ระเบียงเศรษฐกิจสุขภาวะโคราช" โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อมูล ประกอบด้วย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ จังหวัดนครราชสีมา รวมถึงผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่

จุดแข็งของนครราชสีมาและแนวคิดเขตนวัตกรรม 3 รูปแบบ

นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต 3 ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า การพัฒนาพื้นที่เขตนวัตกรรมการแพทย์สุรนารีมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อส่งเสริมและผลักดันให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นเมืองแห่งสุขภาวะและเมืองแห่งการดูแลสุขภาพ โดยจังหวัดมีความพร้อมรอบด้านทั้งพื้นที่ของมหาวิทยาลัยและการเดินทางที่สะดวก แต่ยังจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจาก 3 ภาคส่วนสำคัญ คือ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน และมหาวิทยาลัย

ด้านผู้แทนผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ ในฐานะผู้แทนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ชี้แจงว่าโครงการเขตนวัตกรรมทางการแพทย์และส่งเสริมสุขภาพสุรนารี หรือ Suranaree Vital Innova District มีเป้าหมายยกระดับการดูแลสุขภาพและการแพทย์ โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และเครือข่ายด้านการพัฒนาเมือง เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงดูแลสุขภาพในระดับสากล และสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเกิดนวัตกรรมจากความร่วมมือระหว่างงานวิจัยของมหาวิทยาลัย กลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ และภาคเอกชน

ทั้งนี้ แนวทางการพัฒนาได้กำหนดให้มีการแบ่งการพัฒนาเขตนวัตกรรมมูลค่าสูงรอบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) เขตนวัตกรรมทางการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพ 2) เขตนวัตกรรมการท่องเที่ยวมูลค่าสูง และ 3) เขตนวัตกรรมอุตสาหกรรมมูลค่าสูง โดยคาดว่าการจัดตั้งเขตนวัตกรรมดังกล่าวจะช่วยสร้างประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม 3 ด้าน คือ การส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชสมุนไพรเพื่อผลิตวัตถุดิบแบบเกษตรอินทรีย์ที่มีมาตรฐานสูง การกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานแรงงานที่มีทักษะสูงและสร้างอาชีพให้ประชาชนในพื้นที่ และการดูแลสุขภาพแบบป้องกันเพื่อลดโอกาสในการเกิดโรคเรื้อรังซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและภาระบริการทางการแพทย์ของหน่วยงานรัฐ

ด้านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ชี้แจงว่าภาพรวมการส่งเสริมการลงทุนด้านการแพทย์และบริการสุขภาพครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มการผลิต (การผลิตยาและเครื่องมือทางการแพทย์) กลุ่มการบริการ (โรงพยาบาล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ การแพทย์แผนไทย) และกลุ่มกิจกรรมสนับสนุน (การวิจัยและพัฒนา สถาบันการแพทย์เฉพาะทาง) โดยพบว่าปัจจุบันการลงทุนยังกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภูมิภาคอื่นยังมีการลงทุนน้อย จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการและเครื่องมือใหม่เพื่อกระจายการลงทุนไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ

ปัญหาอุปสรรคด้านกฎระเบียบและข้อเสนอ "พื้นที่ทดลองแซนด์บ็อกซ์"

ผู้แทนผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ชี้แจงว่า ปัจจุบันการนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีทางการแพทย์มาประยุกต์ใช้ภายในประเทศไทยยังคงพบปัญหาและอุปสรรค อาทิ ขั้นตอนการขออนุญาตและการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ระยะเวลานาน รวมถึงไม่มีขั้นตอนการทดลองและการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สิ่งประดิษฐ์ทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์อาหารรูปแบบใหม่ และอุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวนมากไม่สามารถนำมาปรับใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมในตลาดได้ จึงเสนอให้นำรูปแบบพื้นที่ทดลองหรือสภาพแวดล้อมจำลอง (Sandbox) มาปรับใช้ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลกฎหมายได้ร่วมมือกับภาคเอกชน ช่วยลดระยะเวลาและขั้นตอนการอนุมัติให้รวดเร็วขึ้น โดยระบุว่ารูปแบบดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจาก 5 ภาคส่วน ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐที่กำกับและดูแลกฎหมาย หน่วยงานสนับสนุนและสร้างผู้ประกอบการ ศูนย์การทดสอบทางคลินิก ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ และภาคเอกชนและนักลงทุน พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จของสาธารณรัฐสิงคโปร์และประเทศญี่ปุ่นที่มีการใช้นวัตกรรมทางการแพทย์สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล

ด้านสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ชี้แจงว่าการพัฒนาอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ของประเทศไทยยังคงประสบปัญหาหลายด้าน ได้แก่ 1) เป้าหมายของหน่วยงานภาครัฐที่แตกต่างกันทำให้การลงทุนและพัฒนากระจัดกระจาย 2) ไม่มีพื้นที่ส่วนกลางที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตเครื่องมือและแพทย์ได้ร่วมงานกันอย่างใกล้ชิด 3) การให้ทุนสนับสนุนวิจัยที่แบ่งแยกตามขั้นตอนอย่างกระจัดกระจายส่งผลให้งานวิจัยจำนวนมากหยุดชะงัก 4) ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นภายในประเทศต้องแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก และ 5) ประเทศไทยยังไม่มีบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจและความสามารถทั้งด้านวิศวกรรมและด้านการแพทย์ควบคู่กัน ทั้งนี้ จากการศึกษาแนวทางความสำเร็จในต่างประเทศ เสนอว่ารูปแบบที่ควรนำมาปรับใช้ คือ การให้ความสำคัญในการสนับสนุนเงินทุนให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และการนำไปจดสิทธิบัตร การประเมินความสำเร็จเป็นระยะ และการจัดสรรงบประมาณให้แก่โรงพยาบาลได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ

ขณะที่สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ชี้แจงว่าแม้จังหวัดจะมีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก แต่โรงงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมทางการแพทย์ยังคงมีจำนวนน้อยมาก ผู้ประกอบการทั้งรายเดิมและรายใหม่ยังคงเผชิญความท้าทาย ได้แก่ ยังไม่มีเงื่อนไขพิเศษที่จะช่วยลดอุปสรรคในทางการเงินและการลงทุน ผลิตภัณฑ์ภายในพื้นที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการจัดซื้อของหน่วยงานภาครัฐได้ และโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายภาครัฐที่มีอยู่ยังไม่พร้อมให้ใช้งานได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงเสนอให้มีการสนับสนุน 4 ด้าน คือ สิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อจูงใจนักลงทุน การอำนวยความสะดวกผ่านช่องทางพิเศษ (Fast Track) สำหรับการทดสอบในมนุษย์ (Clinical Trial) และการรับรองมาตรฐาน การลดขั้นตอนและระยะเวลาในการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ และการผลักดันให้สินค้าที่ผลิตได้ระบุในบัญชีและระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ รวมถึงโรงพยาบาลด้วย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบข้อมูลจากผู้แทนจังหวัดนครราชสีมาและผู้แทนผู้ประกอบการในพื้นที่ว่า พื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีส่วนใหญ่เป็นที่ดินสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งมีข้อจำกัดทางกฎหมายบางประการที่ทำให้ไม่สามารถสนับสนุนให้นักลงทุนเข้ามาพัฒนาต่อได้ จึงเห็นควรให้มีการพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินดังกล่าวเพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาวต่อไป

ตั้งคณะทำงานศึกษาเชิงลึก

ภายหลังรับฟังข้อมูลและอภิปรายอย่างกว้างขวาง ที่ประชุมคณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตและมีข้อคำถามต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) ปัญหาและอุปสรรคของงานวิจัยและโครงการคืออะไร และหน่วยงานรัฐจะสามารถช่วยเหลือและส่งเสริมเรื่องใดได้บ้าง 2) ผลิตภัณฑ์ใดที่ควรได้รับการสนับสนุนเป็นลำดับแรก หน่วยงานใดมีหน้าที่รับผิดชอบหลัก และควรใช้ระยะเวลาเท่าใด 3) รูปแบบพื้นที่ทดลองหรือสภาพแวดล้อมจำลอง (Sandbox) ควรเริ่มจากโครงการขนาดเล็กที่เกิดขึ้นจริง โดยอาศัยความพร้อมของภาคเอกชน มหาวิทยาลัย และภาครัฐ 4) นโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมสุขภาพและเครื่องมือแพทย์ของไทยถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญในการผลักดันประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ โดยต้องมีการดำเนินงานร่วมกับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนเพื่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และ 5) หน่วยงานภาครัฐควรกำหนดนโยบายด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับช่องทางพิเศษที่สามารถช่วยลดระยะเวลาและขั้นตอนการรับรองมาตรฐานและการทดสอบทางการแพทย์

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่างานวิจัยจำนวนมากยังไม่สามารถนำไปปรับใช้ในการผลิตและนำผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม สาเหตุน่าจะเกิดจากการไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเรื่องความปลอดภัยและกฎระเบียบ แต่หน่วยงานได้ปรับการดำเนินงานโดยเริ่มจากการให้คำปรึกษานักวิจัยตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดกลุ่มเครื่องมือแพทย์และให้คำแนะนำด้านเอกสาร ขณะที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ชี้แจงว่าการดำเนินการภายในโรงพยาบาลหรือคลินิกจำเป็นต้องมีแพทย์เป็นผู้กำกับดูแลและรักษา ส่วนการดำเนินการในโรงแรมหรือรีสอร์ตไม่จำเป็นต้องเป็นแพทย์ แต่ผู้ให้บริการต้องผ่านการฝึกอบรม และสถานที่นั้นต้องได้รับอนุญาตจากกรมฯ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดทำเกณฑ์มาตรฐานการรับรองการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

ในที่สุด ที่ประชุมคณะกรรมาธิการเห็นควรให้มีการศึกษาในประเด็นความเป็นไปได้ของแนวทางการแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการพิจารณาเขตนวัตกรรมการแพทย์สุรนารีเพิ่มเติม โดยมีมติให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาหนึ่งคณะ เพื่อดำเนินการรวบรวมและศึกษาในประเด็นดังกล่าว และมอบหมายให้นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต 3 เป็นประธานคณะทำงาน ทำหน้าที่ประสานงานกับทุกหน่วยงานเพื่อพิจารณาศึกษารายละเอียดในการแก้ไขปัญหาเรื่องกฎหมาย กฎ ระเบียบ และผลักดันโครงการให้มีสัมฤทธิผล โดยพิจารณาผลลัพธ์ทั้งในระยะสั้น อาทิ การผลักดันสินค้าที่มีความพร้อมและผลิตได้ทันที เช่น ข้อเข่าเทียม อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ป่วย และในระยะยาว อาทิ การสนับสนุนงานวิจัยรักษามะเร็ง ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุนจากภาคเอกชนและแก้ไขปัญหาด้านกฎหมายให้แก่ผู้ประกอบการที่มีความพร้อมลงทุนและลดการนำเข้าสินค้าทางการแพทย์จากต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: